แพทย์แนะวิธีกิน ‘วิตามินดี’ อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงตาย
กรณีข่าวต่างประเทศพบชายวัย 89 ปี เสียชีวิตจากรับประทาน “วิตามินดี” ในปริมาณสูงนาน 9 เดือน โดยทางนิติเวชได้ร้องเรียนให้มีการเขียนคำเตือนลงบนบรรจุภัณฑ์ด้วยนั้น
วันนี้ (6 มีนาคม 2567) ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวิตามินดีที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย มีความปลอดภัย หากรับประทานตามข้อแนะนำบนฉลาก ซึ่ง อย.มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากโภชนาการและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กำหนดค่าสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทย (THAI RECOMMENED DAILY INTAKES : Thai RDI) และปริมาณของวิตามินดีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อวัน และกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดต้องแสดงคำเตือนในการบริโภค ได้แก่ “เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน” “ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ” และ “ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค” เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ภก.เลิศชายกล่าวว่า ทั้งนี้ วิตามินดีเป็นวิตามินที่สำคัญตัวหนึ่งของร่างกาย ที่มีบทบาทในเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพของร่างกายในหลายด้าน โดยเฉพาะถ้าขาดวิตามินดี ในช่วงวัยเด็กจะทำให้เกิดเป็นโรคกระดูกอ่อน หรือโรคกระดูกน่วม ในผู้ใหญ่อาจนำไปสู่การเกิดภาวะกระดูกพรุน ซึ่งก็จะพบมีภาวะวิตามินดีในเลือดต่ำเช่นกัน สำหรับผู้ใหญ่ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำให้รับประทาน คือ 15 ไมโครกรัมต่อวัน ทั้งนี้ การรับแสงแดดในช่วงเช้าก่อนเวลา 08.00 น. เป็นเวลา 15-30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้ได้รับวิตามินดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานมากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อวัน เพราะอาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูงและเป็นอันตรายต่อร่างกาย อันเนื่องมาจากวิตามินดีได้
“สำหรับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ผู้บริโภคควรตรวจสอบว่า ได้รับอนุญาตถูกต้อง โดยดูจากเลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า สูตรส่วนประกอบ วิธีใช้ที่ถูกต้อง คำเตือนหรือข้อแนะนำบนฉลาก วันเดือนปีที่หมดอายุและควรรับประทาน และปฏิบัติตามข้อแนะนำ และคำเตือนบนฉลาก ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน โรคไตเรื้อรัง โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอย หรือโรค hypercalcemia ที่จะรับประทานวิตามินดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อน” ภก.เลิศชายกล่าว

