รัฐบาลนำชาติอาเซียนเปิด ‘ศูนย์อาไก’ ส่งเสริมสุขภาพ-ศักยภาพสูงอายุครบวงจร

10.03.24 | 17:12 น.

รัฐบาลนำชาติอาเซียนเปิด ‘ศูนย์อาไก’ ส่งเสริมสุขภาพ-ศักยภาพสูงอายุครบวงจร

วันนี้ (10 มีนาคม 2567) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบอย่างมากต่อด้านสุขภาพ เศรฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้เสนอและสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์อาไก (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation: ACAI) และได้มอบหมายให้ สธ.เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฯดังกล่าว โดยได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนมีการลงนามความตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง (Agreement on the Establishment of the ACAI) โดยผู้แทนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียน ครบทั้ง 10 ประเทศ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563

“ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ไทยเป็นประเทศเจ้าบ้านของศูนย์อาไก ซึ่งศูนย์อาไกจำเป็นจะต้องได้รับความเป็นนิติบุคคล และ เอกสิทธ์ ตามกฎหมายไทยตามความตกลงประเทศเจ้าบ้าน (Host Country Agreement) เพื่อให้ศูนย์ฯ และสำนักงานของศูนย์ฯสามารถดำเนินงานในประเทศไทยได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นที่มาของการจัดพิธีลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้าน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11 มีนาคมนี้ โดยผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการ สธ. จะลงนามในความตกลงดังกล่าวในนามรัฐบาลไทย กับ นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ในนามประธานกรรมการบริหารศูนย์อาไก” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ ร่วมกับ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์อาไก โดยได้สนับสนุนทั้งกำลังคน งบประมาณ และ สถานที่ในการจัดตั้งศูนย์ฯ โดยสำนักงานของศูนย์อาไกจะตั้งอยู่บนชั้นที่ 3 อาคารนวัตกรรมเทคโนโลยีสุขภาพผู้สูงวัย กรมการแพทย์ ที่จะมีพิธีเปิดอาคารในวันที่ 11 มีนาคมนี้ เช่นกัน

“หลังจากศูนย์ฯได้รับความเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้ว รัฐบาลไทยจะสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานของศูนย์ฯ ปีละไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์ฯ มีความมั่นคงสามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งเชื่อมั่นว่าการดำเนินการของศูนย์ฯ ดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนาองค์ความรู้ และ นวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัย และ ส่งเสริมคุณค่าของผู้สูงอายุให้ยังคงเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมทั้งภาคีองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต” นพ.โอภาส กล่าว

Advertisement