‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ส่อเกิดโรคถุงลมปอดพองเร็วกว่าสูบแบบมวน 18% แถมทำอักเสบติดเชื้อง่าย
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ และประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยงานวิจัยที่ติดตามคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี พบทำให้เกิดอาการผิดปกติของทางเดินหายใจ โรคถุงลมพอง เช่นเดียวกับสูบบุหรี่มวน และคนที่สูบทั้ง 2 ชนิด ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรค
ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า งานวิจัยนี้ได้ติดตามตัวอย่าง 10,326 ราย อายุ 20-55 ปี ที่ไม่มีประวัติโรคทางเดินหายใจมาก่อน เป็นเวลา 5 ปี ระหว่าง ปี 2015-2020 ในมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน พบมีผู้ที่มีอาการผิดปกติของทางเดินหายใจ 1,071 ครั้ง และตรวจพบผู้ที่ป่วยเป็นโรคถุงลมปอดพอง 146 ราย
“การวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอาการผิดปกติของทางเดินหายใจ มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 28 และพบเป็นโรคถุงลมปอดพอง มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 8 ขณะที่ผู้ที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนมีอาการผิดปกติของทางเดินหายใจ มากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 41 และพบเป็นโรคถุงลมปอดพองมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 18 ผู้วิจัยสรุปว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงเกิดอาการผิดปกติของทางเดินหายใจและโรคถุงลมปอดพอง ซึ่งมีงานวิจัยที่พบแล้วว่า ไอบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เซลล์ของปอดตาย ทำอันตรายต่อสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) และกดการทำงานของยีนที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานของปอด ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการผิดปกติของปอด และโรคถุงลมปอดพอง ผลกระทบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าที่ทำให้ภูมิต้านทานของปอดลดลง น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนสูบบุหรี่ไฟฟ้า เกิดการอักเสบของปอดและติดเชื้อโรคชนิดต่างๆ ได้ง่าย แม้คนสูบจะมีอายุน้อยและสูบบุหรี่ไฟฟ้ามาไม่นาน” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวต่อไปว่า งานวิจัยนี้มีความสำคัญมาก ที่พบคนที่เป็นโรคถุงลมปอดพองในคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุน้อย โดยเฉพาะในคนที่สูบทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะปกติคนที่สูบบุหรี่มวน จะเป็นโรคถุงลมปอดพองเมื่ออายุใกล้ 60 ปี ซึ่งหมายถึงว่า สูบมามากกว่า 25-30 ปีขึ้นไป และสถิติพบว่า ประมาณ 1 ใน 8 ของคนที่สูบบุหรี่มวนระยะยาว จะป่วยเป็นโรคถุงลมปอดพอง คนที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง เนื้อปอดค่อยๆ ถูกทำลายโดยสารเคมีต่างๆ ในควันบุหรี่ ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ระยะท้ายๆ ของโรค แม้แต่การเดินหรือทำอะไรเพียงเล็กน้อยก็จะเหนื่อย และส่วนใหญ่จะได้รับความทรมานจากอาการเหนื่อยง่ายเป็นเวลาอาจถึง 10 ปี ก่อนจะเสียชีวิต ขณะที่คนที่คิดจะเลิกสูบบุหรี่มวน ไม่ควรใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการเลิก เพราะจะเลิกบุหรี่มวนไม่ได้ และส่วนใหญ่จบลงด้วยการสูบทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งยิ่งมีอันตรายมากกว่าสูบเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังที่พบในรายงานวิจัยล่าสุดจากจีนนี้ อ้างอิง https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38454045/

