ผู้ประกอบการระวัง! ถูกปรับ ยื่นแบบส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใน 31 มี.ค.นี้
วันนี้ (25 มีนาคม 2567) น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในแต่ละปี กพร.มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังแรงงานไม่ต่ำกว่าปีละ 3.4 ล้านคน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2557 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบกิจการเหล่านี้ต้องพัฒนาทักษะจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างของตนเอง หรือจัดให้ลูกจ้างได้รับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือให้ลูกจ้างได้รับการรับรองความรู้ความสามารถ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด
“กรณีไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามอัตราที่รัฐกำหนด ซึ่งสถานประกอบกิจการต้องยื่นแบบแสดงรายการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานและชำระเงินสมทบดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี” น.ส.บุปผากล่าว และว่า สำหรับการดำเนินงานในรอบปี 2566 ต้องยื่นแบบภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ จึงขอให้สถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายบังคับตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฯ ได้เร่งดำเนินการยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงนเพื่อประโยชน์ของกิจการต่อไป ซึ่งการยื่นแบบสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ PRB e-Service ได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567
อธิบดี กพร.กล่าวต่อไปว่า ในปี 2567 มีสถานประกอบกิจการที่ยื่นรับรองหลักสูตรการฝึก และปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มีทั้งสิ้น 7,807 แห่ง ดำเนินการพัฒนาบุคลากรไปแล้ว 2,577,426 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 มีนาคม 2567) จำแนกได้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยี กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สถานประกอบกิจการที่ยื่นขอรับรองหลักสูตรภายใต้ พ.ร.บ. ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายบังคับตามกฎหมาย ร้อยละ 98.40 และเป็นสถานประกอบกิจการที่ไม่อยู่บังคับใช้อีกร้อยละ 1.6 โดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2566 กพร.ได้รับรองค่าใช้จ่ายเพื่อให้สถานประกอบกิจการนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลกับกรมสรรพากร ไปจำนวนทั้งสิ้น 1,109.54 ล้านบาท
“การยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ PRB e-Service เป็นระบบการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบกิจการลดเวลาในการเดินทางและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขั้น อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด หรือกองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน โทร 0-2246-1937 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4” น.ส.บุปผากล่าว

