สงกรานต์ ปี’66 รายงานอุบัติเหตุ 2.2 พันครั้ง สคอ.จี้รัฐออกมาตรการลดความเสี่ยงเจ็บ-ตาย
วันนี้ (4 เมษายน 2567) นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 จะมีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะเวลาของเทศกาลสงกรานต์ ที่ปีนี้รัฐบาลกำหนดให้สามารถจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองได้ถึง 21 วัน แต่ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2567 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นปีที่องค์การยูเนสโก ประกาศรับรองให้ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นมรดกโลก ทำให้หลายพื้นที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีรถบนถนนและการเดินทางมากกว่าปกติ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้กำหนดการรณรงค์ภายใต้ชื่อ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ซึ่ง สคอ.และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมสื่อสารประชาสัมพันธ์เน้นย้ำเรื่อง “ดื่มเหล้า เมาถึงสมอง ดื่มไม่ขับ”เพื่อสร้างความตระหนักขับขี่ปลอดภัยและสื่อสารถึงแอลกอฮอล์ที่ดูดซึมเข้าร่างกายแม้เพียงไม่นาน จะส่งผลต่อการควบคุมของสมอง การตัดสินใจ กล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ เกิดการคึกคะนอง ใจร้อน ขาดสติ จนนำไปสู่อุบัติเหตุ

“ทั้งนี้ ศปถ.ได้รายงานสถิติอุบัติทางถนนสะสม 7 วัน (วันที่ 11-17 เมษายน 2566) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,203 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 2,208 คน ผู้เสียชีวิต 264 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จ.เชียงราย 68 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 22 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ จ.นครศรีธรรมราช สาเหตุเกิดจาก ขับรถเร็ว ร้อยละ 38.22 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.97 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 17.57 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.46 รถกระบะ ร้อยละ 7.43”
นายพรหมมินทร์ กล่าว
ผู้อำนวยการ สคอ. กล่าวว่า ความเสี่ยงของการขับขี่โดยทั่วไปในช่วงเทศกาล มักมาจากขาดการพักผ่อนที่เพียงพอก่อนเดินทาง ขาดการวางแผนการเดินทาง ดื่มแล้วขับ ง่วง วูปหลับใน เสียหลักลงข้างทาง พาตัวเองเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง การไม่ชำนาญเส้นทาง เร่งรีบ ขับเร็ว ชนปะทะกับคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ต้องเพิ่มควมระมัดระวัง คือ หากเส้นทางมีการเล่นน้ำ รถที่ขับไปอาจมองไม่เห็นทาง ถนนลื่น เสี่ยงนั่งท้ายกระบะ ไม่สวมหมวกนิรภัย พื้นที่เล่นน้ำมีรถหนาแน่น สาดน้ำแรง รถล้ม ถนนลื่น มีแอ่งน้ำ ดื่มน้ำเมาในเขตห้ามดื่ม (Safety Zone) เหตุทะเลาะวิวาท การลวนลาม ซึ่งช่วงเทศกาลมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก มีรถ มีคนบนถนนมากกว่าปกติ เสี่ยงสูง รวมทั้ง นโยบายขายน้ำเมาเปิดผับถึงตี 4 บนถนนมีคนเมา รถเสี่ยง คนเสี่ยง มากกว่าปกติ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดชึ้นดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนรับมือให้ดี กำกับดูแลอย่างเข้มข้น ก็จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดความสูญเสียลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับ สคอ. พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดงานแถลงข่าว “สงกรานต์วิถีไทย ดื่มไม่ขับ 2567” ที่วัดพุทธปัญญา อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ร่วมรักษาประเพณีอันดีงามของสงกรานต์แบบไทย สนุกสนานอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับความปลอดภัยทางถนน ซึ่งล่าสุดประเทศไทยสามารถลดอันดับลงจากอันดับที่ 9 มาอยู่อันดับที่ 18 ของโลก ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายลดเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุบนถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2570 โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ที่ต้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน ดื่มไม่ขับ เพราะจากข้อมูลของ สธ.พบผู้ดื่มแล้วขับ 4,340 ราย และเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 502 ราย สสส.ได้สานพลังภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ โดยร่วมกับเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ 100 เครือข่ายทั่วประเทศ รณรงค์ “ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย” ในจังหวัดต่างๆ เน้นย้ำมาตรการดูแลความปลอดภัยทางถนน ตรวจแอลกอฮอล์ในอุบัติเหตุที่เกิดทุกครั้ง ไม่ขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กและเยาวชน หากพบเด็กเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มแล้วขับให้มีการสอบสวนไปถึงร้านค้า และรายงานพฤติกรรมการกระทำความผิดผ่าน “Facebook มูลนิธิเมาไม่ขับ” เพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการลงโทษตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน
“สสส. สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) ขับเคลื่อนป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่อำเภอเสี่ยง 222 อำเภอ เน้นมาตรการ ดื่มไม่ขับ-ไม่ขับเร็ว-สวมหมวกนิรภัย เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่ เกิดในพื้นที่ชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนตั้งด่านตรวจเตือนในชุมชน ตรวจเตือนพี่น้องในชุมชนไม่ให้ดื่มแล้วขับขี่ สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัทกลางฯ ที่พบว่าร้อยละ 56 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ เสียชีวิตใกล้บ้าน รัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร สสส.ได้ผลิตสปอตรณรงค์สื่อสารภายใต้แคมเปญ ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย ดื่มเหล้า เมาถึงสมอง สื่อสารถึงแอลกอฮอล์ที่ดูดซึมเข้าร่างกายแม้เพียงไม่นาน ก็ส่งผลต่อสมอง การตัดสินใจ กล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ เกิดการคึกคะนอง ใจร้อน ขาดสติ จนนำไปสู่อุบัติเหตุ และการสูญเสีย” นางก่องกาญจน์ กล่าว
น.ส.ปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 18 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่สาธารณรัฐบอตสวานา ได้ประกาศรับรองให้ สงกรานต์เป็นมรดกโลก วธ.จึงได้ร่วมกับภาคส่วน ขับเคลื่อนยกระดับวัฒนธรรมไทยให้เป็น Soft Power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และจัดทำแผนรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาร่วมงานถึงด้านความปลอดภัย ดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน เช่น การไม่คุกคามทางเพศ การเคารพและให้เกียรติ ผู้ที่ไม่ประสงค์จะเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ไม่สร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะ และใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงช่วยสอดส่อง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ในกรณีพบเห็นผู้ที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม

