ไรเดอร์ 2 ล้านคน เตรียมเฮ! จ่อได้สวัสดิการคุ้มครองเพิ่ม-ขยายอายุเกิน 60 ปี ทำงานได้

ไรเดอร์ 2 ล้านคน เตรียมเฮ! จ่อได้สวัสดิการคุ้มครองเพิ่ม-ขยายอายุเกิน 60 ปี ทำงานได้

วันนี้ (5 เมษายน 2567) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมในทุกมิติ โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพและการคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมถึงสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และสร้างความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของไทย คือ ผู้ประกอบอาชีพในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศได้กว่า 21.41 ล้านล้านบาท และมีแรงงานที่ทำงานในระบบดังกล่าวกว่า 1,192,000 ราย

Advertisment

ดังนั้น เพื่อเป็นยกระดับการดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานกลุ่มนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ร่วมกับบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการดูแลผู้ประกอบอาชีพในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลขึ้น เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการดูแลผู้ประกอบอาชีพธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกให้กับแรงงานในธุรกิจ สร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นให้ธุรกิจแพลตฟอร์มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่โอกาสในการทำงาน เสริมสร้างอาชีพให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้ที่ต้องการรายได้เสริม และผู้สูงอายุที่ประสงค์จะทำงาน โดยปัจจุบันบริษัท แกร็บแท็กซี่ มีพาร์ตเนอร์คนขับเป็นกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 13,000 คน

Advertisement

“การลงนามในครั้งนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการดูแลคนทำงานในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับทักษะและสมรรถนะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงร่วมกันเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว

ด้านนางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดี กสร. กล่าวต่อไปว่า พิธีเอ็มโอยูว่าด้วยการดูแลผู้ประกอบอาชีพในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัล ระหว่าง กสร. กรมการจัดหางาน (กกจ.) สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในวันนี้ (5 เมษายน 2567) จะก่อให้เกิดผลิตภาพการผลิตของประเทศ ทั้งในปัจจัยการผลิตและแรงงาน นำไปสู่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในส่วนของ กสร.จะมีส่วนเข้าไปดูแล คุ้มครอง ส่งเสริมสวัสดิการให้เกิดขึ้น รวมถึงไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสร้างความสมานฉันท์ เพื่อหาแนวทางยุติปัญหาระหว่างคนทำงานบนระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลกับผู้ให้บริการที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานที่ได้ร่วมลงนาม ได้แก่ กกจ. มุ่งเน้นในเรื่องการสร้างงานให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการเลือกประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม รวมไปถึงการส่งตำแหน่งงานว่างเพื่อสร้างอาชีพ และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) จะเน้นส่งเสริมการทำงานหรือสร้างมาตรฐานในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพเกิดความปลอดภัยในการทำงาน และผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจ โดยหน่วยงานเหล่านี้จะเข้าไปขับเคลื่อนในฐานะภาครัฐ ที่ร่วมมือกับ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนขนาดใหญ่ ที่จะเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อน และสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างได้เป็นอย่างดีเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของนโยบายกระทรวงแรงงาน “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Advertisement
Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image