4เดือนป่วยไข้เลือดออก 2.6 หมื่นราย สูงกว่าปีก่อน 1.6 เท่า กรมคุมโรคห่วงเปิดเทอมแนะเฝ้าระวัง

3.05.24 | 16:58 น.

4เดือนป่วยไข้เลือดออก 2.6 หมื่นราย สูงกว่าปีก่อน 1.6 เท่า กรมคุมโรคห่วงเปิดเทอมแนะเฝ้าระวัง

วันนี้ (3 พฤษภาคม 2567) พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคไข้เลือดออก เป็นปัญหาทางสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะ ประเทศไทย ซึ่งมีการระบาดทุกปีในช่วงฤดูฝน สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วย 26,511 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567) ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ถึง 1.6 เท่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็ก 5-14 ปี จำนวน 7,782 ราย ร้อยละ 29 และพบผู้เสียชีวิต จำนวน 29 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 0.41

“ประกอบกับ ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนเริ่มเปิดเทอม โดยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กนักเรียน และจากผลการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พบสูงสุดในกลุ่มโรงเรียนและโรงธรรม จึงขอให้ทุกสถานศึกษาเร่งสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำทุกสัปดาห์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาด เมื่อเปิดเทอมเด็กนักเรียนจะได้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก” พญ.จุไร กล่าวและว่า กรมควบคุมโรค ขอย้ำเตือนให้ประชาชนทายากันยุงเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้เลือดออก เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อไข้เลือดออกในตัวผู้ป่วยสู่ชุมชน เพราะผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก หากถูกยุงลายกัดสามารถส่งต่อเชื้อไข้เลือดออก (หลังผ่านระยะฟักตัวในยุง) ให้ผู้อื่นได้ การทายากันยุงในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จะช่วยตัดวงจรดังกล่าว และลดการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้

ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนให้ช่วยกันสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยให้ดำเนินการกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ครอบคลุมในพื้นที่ 7 ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน (บ้าน/อาคาร) 2.โรงเรียน/สถานศึกษา 3.โรงพยาบาล 4.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) 5.โรงแรม/รีสอร์ท 6.โรงงาน และ 7.ส่วนราชการ/องค์กรเอกชน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีการรวมตัวกันของประชาชน ถือเป็นสถานที่เสี่ยงที่จะมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก

Advertisement

“หากประชาชนมีอาการสงสัยป่วยไข้เลือดออก เช่น มีอาการไข้สูงลอย คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง มีผื่น มีจุดเลือดที่ลำตัว ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุดซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา ทั้งนี้ หากรับประทานยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้ว ไข้ไม่ลดภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” พญ.จุไร กล่าว