สิทธิ ‘บัตรทอง’ ทำฟันที่คลินิก บริการยอดฮิตจาก 30 บาทรักษาทุกที่

7.05.24 | 16:14 น.

ถึงวันนี้ เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากเริ่มที่จะรู้จัก โครงการ “30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว”

นอกเหนือจากการไปรับบริการในโรงพยาบาลรัฐที่ไหนก็ได้ใน 12 จังหวัดนำร่อง ความพิเศษอีกอย่าง คือ โครงการนี้ยังมีคลินิกเอกชนประเภทต่างๆ เข้าร่วมให้บริการด้วย หมายความว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิบัตรทองไปรับบริการในคลินิกที่ร่วมโครงการได้ฟรี ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถไปรับบริการใกล้บ้าน ไม่ต้องรอคิวนานเหมือนไปโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ อีกทั้งเปิดทำการในเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าโรงพยาบาลของรัฐ

โดยรวมแล้ว ทำให้อัตราการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น

หน่วยบริการที่ร่วมให้บริการแก่ผู้มีสิทธิบัตรทองมี 7 ประเภท คือ 1.ร้านยา 2.คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น 3.คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น 4.คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น 5.คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น 6.คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น และ 7.คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น แต่จากการนำร่องโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด คือ “คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น”

Advertisement

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า บริการด้านทันตกรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองชื่นชอบมากที่สุด โดยในช่วงนำร่องโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ เฟสที่ 1-2 มีคลินิกทันตกรรมเอกชนร่วมให้บริการทั้งหมด 106 แห่ง มีการให้บริการประชาชนประมาณ 10,000 คน หรือคิดเป็นจำนวนการรับบริการมากกว่า 15,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยประชาชน 1 คน รับบริการ 1.5 ครั้ง

“จากการสอบถามผู้ใช้บริการ ได้รับคำตอบว่ามีความสุขมาก เพราะได้เข้าถึงบริการโดยที่ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องรอคอยนานเหมือนเมื่อก่อน ไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย และคลินิกทันตกรรมก็มีกระจายมากขึ้น” ทพ.อรรถพรกล่าว และว่า สำหรับบริการทันตกรรมที่ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถไปรับบริการที่คลินิกได้ฟรีมี 5 รายการ ได้แก่ การขูดหินปูน การอุดฟัน การถอนฟัน การเคลือบหลุมร่องฟัน และการเคลือบฟลูออไรด์ โดย สปสช.ให้สิทธิในการรับบริการ 3 ครั้งต่อปี ซึ่งแม้จะดูเหมือนน้อย แต่ตัวเลขนี้ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่า สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ทำให้ สปสช.สามารถจัดสิทธิประโยชน์แก่ประชาชนได้โดยไม่เป็นภาระงบประมาณมากเกินไป อย่างไรก็ดี หากใช้สิทธิรับบริการครบ 3 ครั้งแล้ว และยังมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อ ก็ยังสามารถไปรับบริการได้ที่หน่วยบริการประจำของตนเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม

ทพ.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล อุปนายกทันตแพทยสภา คนที่ 1 กล่าวว่า ทันตแพทยสภามองภาพของคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมให้บริการในโครงการนี้ว่า เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ดังนั้น การให้บริการจึงไม่ใช่แค่ขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน แต่จะดูแลประเมินความเสี่ยงของสุขภาพช่องปากของผู้รับบริการและวางแผนการรักษาทั้งหมด จากนั้นจึงจะทำหัตถการที่จำเป็น ซึ่งขณะนี้ สปสช.กำหนดให้ใช้สิทธิรับบริการได้ฟรีไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ดังนั้น หากปัญหาสุขภาพในช่องปากยังรักษาได้ไม่หมด ในครั้งที่ 4, 5 หรือ 6 ก็สามารถไปรับบริการต่อที่โรงพยาบาลรัฐ หรือถ้าสามารถจ่ายได้เองก็รับบริการต่อเนื่องที่คลินิกเลย

“สำหรับเป้าหมายการเพิ่มจำนวนคลินิกทันตกรรมเอกชนนั้น ปัจจุบันมีคลินิกทันตกรรมเอกชนทั่วประเทศประมาณ 7,000 แห่ง ถ้าตัดคลินิกในพื้นที่กรุงเทพมหานครออก จะเหลือ 4,000 กว่าแห่ง ในจำนวนนี้ ทันตแพทยสภาตั้งเป้าว่าจะมีคลินิกทันตกรรมเอกชนเข้าร่วมประมาณร้อยละ 25 หรือประมาณ 1,000 แห่ง” ทพ.ธงชัย กล่าว

ทางด้าน ทพ.อดิเรก วัฒนา ผู้ก่อตั้งคลินิกทันตกรรม ทันตแพทย์อดิเรก จ.แพร่ หนึ่งในคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมให้บริการผู้มีสิทธิบัตรทอง กล่าวว่า โดยหลักการแล้วโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นมิติใหม่ของวงการสุขภาพ จึงศึกษาข้อมูลและปรึกษากับทีมงานและตัดสินใจสมัครเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง โดยมีการเตรียมการเพิ่มจำนวนทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อรองรับจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนวางแผนการให้บริการให้เป็นที่พึงพอใจแก่ทั้งผู้ใช้สิทธิบัตรทองและผู้ป่วยที่จ่ายเงินเอง เช่น การจัดช่องทางบริการที่เป็นสัดส่วน การจัดระบบนัดหมายเพื่อไม่ให้ผู้รับบริการต้องรอคิวนาน เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่เริ่มให้บริการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พบว่า ประชาชนให้การตอบรับที่ดีมาก ทั้งในแง่ของจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น และความพึงพอใจของผู้รับบริการที่รู้สึกสะดวกรวดเร็วขึ้น

“ประชาชนที่รับบริการพอใจมาก เพราะจากเดิมที่ต้องไปโรงพยาบาล ต้องรอคิวนาน สถานที่แออัด ก็สามารถรับบริการที่คลินิกเอกชนซึ่งสะดวกกว่า ที่สำคัญคือ ระยะเวลาการให้บริการของเอกชนมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตมากกว่า ถ้าไปโรงพยาบาลรัฐต้องไปในเวลาราชการ แต่ไปคลินิกช่วงเย็นหลังเวลางานได้ ล่าสุด มีผู้ปกครองพาลูกมาทำฟันหลังเลิกเรียน เด็กไม่ต้องขาดเรียน ผู้ปกครองก็ไม่ต้องเสียเวลางาน ค่าใช้จ่ายทางอ้อมก็ลดลง หรือบางคนที่ไม่รู้ว่ามีโครงการนี้ พอรับบริการแล้วพบว่าไม่ต้องจ่ายเงิน เขาก็รู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก” ทพ.อดิเรกกล่าว

ทพ.อดิเรกกล่าวอีกว่า การที่คลินิกทันตกรรมเอกชนเข้าร่วมให้บริการในระบบบัตรทอง เป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ในส่วนของประชาชนเข้าถึงบริการปฐมภูมิด้านทันตกรรมมากขึ้น ทำให้การเจ็บป่วยนั้นได้รับการรักษาที่รวดเร็ว เช่น ได้รับการอุดฟันอย่างทันท่วงที รอยโรคก็จะหยุดอยู่แค่นั้น ไม่ลุกลามไปถึงขั้นถอนฟันหรือรักษารากฟันในอนาคต หรือถ้าได้รับการขูดหินปูน ก็จะลดโอกาสในการเป็นเหงือกอักเสบ ซึ่งโรคเหล่านี้จะมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงกว่า

“ในส่วนของโรงพยาบาลรัฐก็ได้กระจายงานรักษาขั้นพื้นฐานไปที่ภาคเอกชน ทำให้สามารถเอาเวลาไปดูแลงานเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น เช่น ผ่าฟันคุด รักษารากฟัน ฯลฯ ทำให้ระยะเวลารอคิวในโรงพยาบาลสั้นลง ส่วนคลินิกที่เข้าร่วมโครงการก็จะมีปริมาณงานมากขึ้น ได้รับเงินชดเชยค่าบริการในอัตราที่ยอมรับได้ และเป็นที่รู้จักของชุมชนมากขึ้น” ทพ.ดิเรกกล่าว

เช่นเดียวกับ ทพ.โปรัตน์ อยู่ไทย คลินิกทันตกรรมโปรัตน์ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี กล่าวว่า หลังจากที่เข้าร่วมให้บริการผู้มีสิทธิบัตรทอง ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนรับบริการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 รู้สึกพึงพอใจค่อนข้างมาก เนื่องจากได้ช่วยให้ประชาชนรับบริการได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 3-4 ที่สำคัญคือ ในจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้นนี้ มีผู้สูงอายุสิทธิบัตรทองที่ไม่เคยไปรับบริการทันตกรรมที่หน่วยบริการเลยสักครั้งในชีวิตด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้เลือกไม่ไปรับบริการหรือเข้าไม่ถึงบริการ แต่ยอมไปรับบริการที่คลินิกเป็นครั้งแรก หากไม่มีนโยบายในลักษณะนี้ จะมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจไม่ได้บริการทันตกรรมเลยตลอดชีวิต ทั้งๆ ที่สุขภาพช่องปากเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง

ขณะที่ ทพ.นฤชิต ทองรุ่งเรืองชัย เจ้าของคลินิกโนนสังทันตกรรม อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ให้ความเห็นว่า ประโยชน์ที่คลินิกจะได้รับคือ เป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้น มีจำนวนผู้รับบริการมากขึ้น ส่วนการดูแลจะมีการตรวจและวางแผนการรักษา ถ้าเป็นการรักษาขั้นพื้นฐาน ก็ให้บริการได้เลย แต่ถ้าเป็นการรักษาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน จะแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาล เป็นต้น โรงพยาบาลจะได้ลดความแออัด คนไข้มีความสะดวก มีช่องทางรับบริการที่หลากหลาย

“ในการสมัครเข้าเป็นหน่วยบริการของคลินิก อาจมีหลายขั้นตอน แต่ถ้าผ่านขั้นตอนการสมัครแล้ว กระบวนการเบิกจ่ายต่างๆ ก็เป็นไปตามที่ สปสช.สัญญาไว้ และการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ก็ไม่ยุ่งยาก ถ้าเทียบประโยชน์ถือว่าคุ้มค่า” ทพ.นฤชิตกล่าว

ด้าน น.ส.อุมาพร (นามสมมุติ) ผู้รับบริการจากคลินิกทันตกรรมโปรัตน์ กล่าวว่า เมื่อได้รับบริการที่คลินิกแล้วรู้สึกว่าชอบมาก ดีกว่าเมื่อก่อนมากที่กว่าจะได้ทำฟันที่โรงพยาบาลต้องรอคิวตั้งแต่ตี 3 แต่ที่คลินิกได้รับบริการอย่างรวดเร็ว และนอกจากใช้บริการในพื้นที่แล้วยังไปใช้บริการนอกพื้นที่ได้ด้วย ตนเคย
เดินทางไปกรุงเทพฯ ก็ไปรับบริการที่นั่น ใช้บริการโดยไม่เสียเงิน อยากให้มีบริการแบบนี้ทั่วประเทศเพื่อความสะดวกของประชาชน