สธ.เผยความสำเร็จเขตสุขภาพที่ 9 ใช้ ‘ร.ร.เบาหวานวิทยา’ ช่วยผู้ป่วยโรคสงบ

27.05.24 | 12:21 น.

สธ.เผยความสำเร็จเขตสุขภาพที่ 9 ใช้ ‘ร.ร.เบาหวานวิทยา’ ช่วยผู้ป่วยโรคสงบ

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้น 2.5 แสนคน ผู้ป่วยสะสม 3.5 ล้านคน มีค่ายารักษาเฉลี่ย 28,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นภาระด้านงบประมาณที่สูงมาก ทั้งนี้ การจัดบริการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานของเขตสุขภาพที่ 9 โดยจัดตั้งโรงเรียนเบาหวานวิทยา ที่มุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และเปิดคลินิกโรคเบาหวานระยะสงบ (DM Remission) ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง พบว่า ประสบผลสำเร็จอย่างดี ผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ระยะโรคสงบ ปรับลดยา หยุดยา งดยาบางตัว ได้เกือบร้อยละ 50 และยังช่วยลดภาระค่ายาได้ถึง 7,280,000 บาทต่อ ปี

“จึงมีแนวคิดที่จะขยายผลโรงเรียนเบาหวานวิทยาเข้าสู่แผนการให้บริการ (Service Plan) ของ สธ. มีตัวชี้วัดผลการจัดระบบบริการที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ทุกหน่วยบริการในสังกัด สธ.ได้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน” นพ.โอภาส กล่าว

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 9 กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 9 มีการจัดตั้งโรงเรียนเบาหวานวิทยา ใน จ.นครราชสีมา ครบทุกตำบล ส่วน จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ จัดตั้งอำเภอละ 1 แห่ง รวม 162 แห่ง มีผู้ผ่านอบรมครู ก ครู ข 1,019 คน มีนักเรียนจบหลักสูตรแล้ว 3,050 คน เป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน 2,592 คน ใช้หลักแนวคิดกระบวนทัศน์ใหม่ ประกอบด้วย กระบวนการเรียนรู้ 5 ฐาน ได้แก่ 1.การเรียนรู้ตนเอง/รับรู้ตนเอง การตรวจสุขภาพตนเองและการแปลผล (BODY Composition) 2.การรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน คำนวณคาร์โบไฮเดรต และวางแผนการกินต่อวัน 3.การออกแบบการปรับเปลี่ยนสุขภาพตนเอง โดยใช้หลักของอาหารพร่องแป้ง (Low Carb Diet) หรือการอดอาหารเป็นช่วงๆ (IF) 4.การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เหมาะสม และ 5.การเลือกเป้าหมายที่ชอบและเหมาะสมกับตัวเอง โดยให้สัญญาใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้ป่วยหายหรือเข้าสู่ระยะโรคเบาหวานสงบ 260 คน ร้อยละ 10.3 ปรับลดยา 719 คน ร้อยละ 27.73 หยุดยา 217 คน ร้อยละ 8.37 งดยาบางตัว 48 คน ร้อยละ 1.85