สพฉ.แจงข้อเท็จจริงเหตุ ‘กู้ชีพ’ ปฏิเสธผู้ป่วย เช็กแล้วอาการไม่เข้าวิกฤต บ้านเลี้ยงหมาเข้าไม่ได้
วันนี้ (10 มิถุนายน 2567) นายไพศาล ก้อนจำปา ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในฐานะหัวหน้าคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์กู้ชีพมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ พัทยา ปฏิเสธรับผู้ป่วยที่ จ.ชลบุรี ว่า จากการตรวจสอบ พบว่าในวันเกิดเหตุทางมูลนิธิได้รับการประสานจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.ชลบุรี โรงพยาบาล (รพ.) ชลบุรี สายด่วน 1669 ว่า ผู้ป่วยเป็นโรคเก๊า มีอาการปวดขา ซึ่งจากการสอบถามลักษณะอาการและข้อมูลผู้ป่วยแล้วนั้น ประเมินได้ว่า ผู้ป่วยไม่เข้าข่ายอาการวิกฤตฉุกเฉิน จึงไม่ส่งรถพยาบาลไปรับที่บ้าน ทั้งนี้ แม้ว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่ใช่ผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.ชลบุรี รพ.ชลบุรี สายด่วน 1669 ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด พร้อมหาทางออกให้กับผู้ป่วยรายนี้ด้วยการประสานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ พัทยา ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการของทางมูลนิธิเดินทางไปรับผู้ป่วยรายนี้นำส่งโรงพยาบาล
“ถัดมา เมื่อเจ้าหน้าที่ถึงจุดหมายบ้านพักของผู้ป่วย ซอยนาเกลือ 13 พบว่า บ้านของผู้ป่วยรายนั้น มีสุนัขจำนวนทั้งหมด 21 ตัว และทางบ้านผู้ป่วยไม่ได้ขังสุนัขไว้ ทำให้ทีมปฏิบัติการไม่สามารถเข้าไปรับผู้ป่วยได้ จึงเดินทางกลับ เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย” นายไพศาล กล่าวและว่า ได้เน้นย้ำการทำงานของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยให้ยึดหลักการส่งเสริมความปลอดภัยในกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม หรือ 3P Safety ได้แก่ Patient Safety ผู้ป่วยปลอดภัย Personnel Safety ผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ปลอดภัย และ Public Safety ชุมชนปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินทุกคน
ผู้ช่วยเลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานของทางมูลนิธิฯ ได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่า ไม่สามารถเข้าดำเนินการรับผู้ป่วยออกมาจากบ้านพักได้ ทำให้ทางมูลนิธิฯ มีความจำเป็นที่ต้องยกเลิกภารกิจดังกล่าว ในการนี้ สพฉ.ได้มีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวเพื่ออำนวยการช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ พร้อมประสานข้อมูลเพื่อหาแนวทางเหมาะสมหากเกิดกรณีเดียวกันอีกในครั้งต่อไป โดยที่ สพฉ.นั้น ได้ให้ความสำคัญในการมุ่งยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินทุกคนได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิพล อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
“หากประชาชนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เข้าข่ายลักษณะอาการฉุกเฉิน ได้แก่ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง เจ็บหน้าอกเฉียบพลันอย่างรุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือมีอาการชักต่อเนื่องไม่หยุด ตกเลือด เจ็บท้องคลอด ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรง สามารถโทร 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ย้ำ 1669 ไม่ทิ้งผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องได้รับบริการอย่างเร่งด่วน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทั้งนี้หมายเลข 1669 ไม่ครอบคลุมการให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อไปพบแพทย์ในโรคเรื้อรัง หรือพบแพทย์ตามนัด เพื่อสงวนสิทธิให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องให้ได้รับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน นอกโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอ และรวดเร็ว ทาง สพฉ. จึงขออภัยพี่น้องประชาชนที่อาจไม่ได้รับบริการจากระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน อันเกิดจากอาการที่ไม่ฉุกเฉิน หากประชาชนพบเห็นการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และสถานพยาบาลที่ไม่เป็นมาตรฐาน สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สพฉ. โทร.0 2872-1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายไพศาล กล่าว

