‘โควิด-ไข้หวัดใหญ่’ แนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่ม แพทย์ย้ำ! ดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลเคร่งครัด

‘โควิด-ไข้หวัดใหญ่’ แนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่ม แพทย์ย้ำ! ดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลเคร่งครัด

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 15 มิถุนายน 2567 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 26,126 ราย และเสียชีวิต 144 ราย และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 9-15 มิถุนายน 2567 พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2,881 ราย เฉลี่ย 412 รายต่อวัน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 748 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 339 ราย และเสียชีวิต 7 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่ม 608 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคเรื้อรัง

“นอกจากนี้ พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 15 มิถุนายน 2567 ได้รับแจ้งเหตุการณ์การระบาดโรคโควิด-19 สะสม 37 เหตุการณ์ พบในเรือนจำมากที่สุด รองลงมา คือ โรงเรียน วัด และค่ายทหารตามลำดับ ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งอาการที่พบไม่รุนแรง มักพบมีไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก” นพ.ธงชัย กล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – วันที่ 8 มิถุนายน 2567 มีรายงานผู้ป่วย 174,513 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย ใน จ.นครราชสีมา 5 ราย จ.นครศรีธรรมราช 2 ราย จ.ชัยภูมิ จ.สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 1 ราย โดยมีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A (9 ราย) และชนิด B (1 ราย)

Advertisement

“จากการเฝ้าระวังเหตุการณ์จากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 8 มิถุนายน 2567 ได้รับแจ้งเหตุการณ์การระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 17 เหตุการณ์ พบในเรือนจำมากที่สุด รองลงมา คือ โรงเรียน วัด ค่ายทหาร และโรงงานอุตสาหกรรม ตามลำดับ” นพ.ธงชัย กล่าวและว่า และจากการติดตามโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีลักษณะการระบาดเป็นฤดูกาลที่สัมพันธ์กับช่วงกิจกรรมการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งคาดว่า จำนวนการป่วยรายสัปดาห์ จากโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่จะยังเพิ่มขึ้นและน่าจะสูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการป้องกันควบคุมโรค เน้นย้ำมาตรการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยเมื่อสงสัยป่วย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ได้ ประชาชนควรดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล และสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ หากมีอาการสงสัยป่วยควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK ถ้าผลตรวจเป็นบวก ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และโดยเฉพาะกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หากป่วยอาจมีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ควรปฏิบัติตามสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด อย่างน้อย 5 วัน หรือตามคำแนะนำของแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้นในระยะเวลา 1-2 วันให้รีบไปพบแพทย์ และสำหรับกลุ่มเสี่ยง 608 ควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกๆ ปี เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อลดความรุนแรงของโรค ทั้งนี้ ในช่วงหน้าฝน ประชาชนควรดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง รักษาสุขอนามัย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image