“ไข้หวัดใหญ่” ในประเทศไทยเป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีรายงานพบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝนหรือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน โดยรายงานกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ต่อสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ของปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 ธันวาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่จำนวน 467,899 ราย หรือคิดเป็นอัตราป่วย 707.10 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 13 ราย

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติด “เชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา” (Influenza virus) ในคนทั่วไปเมื่อได้รับเชื้อไวรัสนี้แล้วจะมีอาการไม่มาก เช่น มีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ ส่วนใหญ่จะหายจากอาการเหล่านี้ได้เอง เพียงกินยารักษาตามอาการ พักผ่อนให้เพียงพอ แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีภาวะร่างกายไม่แข็งแรงแล้ว หากได้รับเชื้อไวรัสนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่นำไปสู่การเจ็บป่วยหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลประชาชนไทยทั่วประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้บรรจุให้ “วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
ประจำฤดูกาล”เป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) และได้ดำเนินการร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการทุกระดับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระบบฯ ในการให้บริการฉีดวัคซีนฯ ให้กับประชาชนไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด

สำหรับปี 2567 นี้ สปสช. ยังคงดำเนินการเพื่อให้ประชาชนไทยทั่วประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ต่อเนื่อง ซึ่งได้เริ่มให้บริการวัคซีนฯ มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 หรือจนกว่าวัคซีนฯ หมดลง จำนวน 4.51 ล้านโดส โดยชนิดของวัคซีนฯ
ที่ให้บริการปีนี้ เป็นไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เป็นวัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้ ครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัl ไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ (an A/Victoria/4897/2022 (H1N1)pdm09-like virus; an A/Thailand/8/2022 (H3N2)-like virus; and a B/Austria/1359417/2021 (B/Victoria
lineage)-like virus.) ที่มีประสิทธิผลในการป้องกันและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้
ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาล ปี 2567 ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการ
ฉีดตลอดทั้งปี)
- เด็ก อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน (หมายถึง กลุ่มเด็ก
ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนเต็มจนถึงอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน)
- ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
- บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป
- โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ
- โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)
- ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ประชาชนไทยทั่วประเทศทุกสิทธิการรักษาพยาบาลและ
เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มข้างต้นนี้ สามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น
โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. และคลินิกชุมชนอบอุ่น
ที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ไปรับการ
รักษาเป็นประจำ
ทั้งนี้ สามารถดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการ
ได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง (แอปเป๋าตัง) เมนูกระเป๋าสุขภาพ
หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วน สปสช. 1330 อย่างไรก็ตามเพื่อความสะดวกของประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถโทร.นัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้าเพื่อทราบวันเวลาเข้ารับบริการที่แน่นอน
นอกจากนี้ เฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อ
เพิ่มความสะดวกในการรับบริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
ตามฤดูกาล สามารถจองสิทธิรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
ล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ โดยเลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค ส่วนผู้ที่อยู่ใน กทม. แต่ไม่สะดวกจองผ่านแอปเป๋าตัง สามารถโทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 8 เพื่อจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน
“วัคซีนไข้หวัดใหญ่แต่ละปี ย้ำว่ามีจำนวนจำกัด ดังนั้นประชาชนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง ขอให้รีบมารับบริการโดยเร็ว รวมถึงใครที่มีญาติที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง ก็ขอให้พาผู้ป่วย
มารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งเป็นการดูแล
จากโรคที่ป้องกันด้วยวัคซีน เพื่อความไม่ประมาท ป้องกัน
ภาวะเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้”

