สสส.ชูโมเดล ‘โพนพิสัย’ จับนักดื่มเช็กตับ ปรับพฤติกรรมได้ผล ชวนลด ละ เลิกเหล้าเข้าพรรษา

14.07.24 | 15:49 น.

สสส.ชูโมเดล ‘โพนพิสัย’ จับนักดื่มเช็กตับ ปรับพฤติกรรมได้ผล ชวนลด ละ เลิกเหล้าเข้าพรรษา

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ถอดบทเรียนความสำเร็จและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “พลังหมออนามัย ชวนคนลด ละ เลิกเหล้า Checkตับ ยืดชีวิต” จัดการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเอนไซม์ตับ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายหมออนามัยเพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนโดยมีการเจาะเลือดตรวจหาค่าเอนไซม์ตับจากกลุ่มผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 2 ภายหลังเข้าร่วมโครงการฯ ครบ 6 เดือน พร้อมการตรวจเยี่ยมบ้านผู้เข้าร่วมโครงการฯ

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 32.2 สูงเป็นอันดับ 2 รองจากภาคเหนือ ทั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักของภาระโรคของคนไทยรองจากบุหรี่ และยังเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ไขมันแทรกในตับ ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ ขณะที่ คนไทยมีพฤติกรรมดื่มสุราแบบหนักในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาจำนวน 5.73 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10.05 ซึ่งการดื่มหนักจะส่งผลให้ตับอักเสบ และตรวจพบเอนไซม์ตับรั่วออกมาในกระแสเลือดในปริมาณสูงได้  สสส.จึงได้บูรณาการองค์ความรู้ด้านปัจจัยเสี่ยงหลัก และระบบบริการสุขภาพ โดยริเริ่ม  “โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายหมออนามัยเพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน” ควบคู่กับการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ตามแนวคิด “ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า” (Healthy Sobriety) ตั้งแต่ปี 2566 โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง และ รพ.สต.ร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนวัดค่าเอนไซม์ตับใน 80 พื้นที่นำร่อง 12 เขตสุขภาพทั่วทุกภูมิภาค

Advertisement

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า จากผลการคัดกรองพฤติกรรมผู้ดื่มด้วยแบบประเมินปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (AUDIT Score) ในทุกภูมิภาค เมื่อเดือนธันวาคม 2566 จำนวน 13,556 คน พบกลุ่มผู้ดื่มแบบเสี่ยง 4,236 คน คิดเป็นร้อยละ 31.25 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะตับ และได้ชวนกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจเลือดประเมินค่าเอนไซม์ตับ โดยมีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 3,469 คน พบเอนไซม์ตับผิดปกติ 849 คน คิดเป็นร้อยละ 24.47

“สำหรับพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มีนโยบาย สามหมอ สานพลัง ชวนคนโพนพิสัยเลิกเหล้า โดยใช้ รพ.สต. เป็นฐานปฏิบัติการ เชื่อมภาคีเครือข่ายในชุมชน ชวนคน ลด ละ เลิกเหล้า Check ตับ ยืดชีวิต มี รพ.สต. ในพื้นที่เข้าร่วม 6 แห่ง มีประชาชนเข้าร่วมโครงการประเมินและคัดกรองพฤติกรรมผู้ดื่ม 1,594 คน เมื่อปี 2566 พบผู้ดื่มระดับเสี่ยงและอันตรายต่อสุขภาพ 478 คน ในจำนวนนี้ผู้สมัครใจตรวจเลือด เพื่อตรวจค่าเอนไซม์ตับ 377 คน พบการทำงานตับปกติ 302 คน ผิดปกติ 75 คน” นพ.พงศ์เทพ กล่าวและว่า สสส. เครือข่ายหมออนามัย และภาคีเครือข่าย ได้รณรงค์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ความรู้เท่าทันอันตรายและการช่วยเหลือให้คำปรึกษาเลิกดื่ม ทำให้มากกว่าครึ่งหนึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โครงการนี้ ช่วยรณรงค์ให้คนเลิกดื่มในช่วงเข้าพรรษา และลดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ช่วยลดปัญหาสุขภาพของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน

ดร.บุญเรือง ขาวนวล นายกสมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ และรองคณบดีฝ่ายวิจัยนวัตกรรมและภารกิจพัฒนานิสิต คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า การตรวจค่าเอนไซม์ตับ ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้ผู้ดื่มตระหนักถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพตับ หากมีค่าเกิน 40 ยูนิตต่อลิตร ถือว่าการทำงานของตับผิดปกติ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่สาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น เช่น การกินยาบางชนิด โรคไวรัสตับอักเสบ โรคไขมันพอกตับ ความผิดปกติจากพันธุกรรม สารพิษจากสิ่งแวดล้อม โรคทางเมตาบอลิซึม (โรคเบาหวาน ภาวะดื้ออินซูลิน) อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลต่อสุขภาพตับ ทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตาเหลือง ตัวเหลือง จุกแน่นใต้ชายโครงด้านขวา เกิดจากการอักเสบของตับ นำไปสู่โรคตับแข็งในที่สุด หากเลิกดื่ม ตับจะฟื้นฟูได้เองอย่างน้อย 1-3 เดือน ตับฟื้นฟูได้ร้อยละ 80 ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนั้น การรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิกดื่มเริ่มต้นในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้ และการตรวจเอนไซม์ตับ จะทำให้ประชาชนตระหนักและรู้ภาวะสุขภาพตับและสุขภาพของตัวเอง ช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

“หมออนามัยเป็นผู้ให้บริการสุขภาพที่ใกล้ชิดชุมชน รู้จักคน รู้จักพื้นที่ จึงมีส่วนสำคัญในการสานพลังภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุมชน มาร่วมช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ตลอดจนให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรงประสานส่งต่อการรักษาไปยังแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว หรือแพทย์ของโรงพยาบาลแม่ข่าย” ดร.บุญเรือง กล่าว

น.ส.สมบูรณ์ หาญชนะ อายุ 50 ปี ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย หนึ่งในผู้ตรวจเอนไซม์ตับ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ดื่มเหล้าขาวทุกวัน ดื่มกัน 4-5 คน ประมาณ 3-4 ขวดต่อวัน เฉลี่ยคนละประมาณ 1 ขวด สาเหตุที่ดื่มเพราะทำอาชีพเกษตรกร มีความเชื่อว่า การดื่มเหล้าจะช่วยล้างสารเคมีจากการเกษตร เมื่อได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการงดเหล้า

“ได้มีการตรวจเอนไซม์ตับครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 พบค่าเอนไซม์ตับสูงถึง 542 ถือว่า วิกฤตเพราะมาตรฐาน คือ ไม่ควรเกิน 40 จึงถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่ รพ.โพนพิสัย และเมื่อโรงพยาบาลเจาะเลือดก็พบว่า ค่าเอนไซม์ตับขึ้นไปสูงถึง 800 ทางแพทย์จึงให้นอนโรงพยาบาล 2 วัน และให้ยารักษา ติดตามอาการทุกเดือนๆ ละ 1 ครั้ง จากค่าเอนไซม์ตับที่สูงเช่นนี้ทำให้ลูกกังวล กลัวว่าแม่จะป่วยเป็นตัวแข็งและเสียชีวิต จึงตัดสินใจที่เลิกดื่ม ซึ่งผลการตรวจล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 พบว่า ค่าเอนไซม์ตับลดลงมาเหลือ 27 ในระยะเวลา 5 เดือน ปัจจุบันแพทย์ไม่ได้นัดติดตามแล้ว และตั้งใจที่จะเลิกดื่มต่อไป” น.ส.สมบูรณ์ กล่าว