สปสช.เผย ‘ฟันเทียม-รากฟันเทียม’ พระราชทาน ให้บริการแล้วเกินเป้า เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย

28.07.24 | 14:01 น.

สปสช.เผย ‘ฟันเทียม-รากฟันเทียม’ พระราชทาน ให้บริการแล้วเกินเป้า เพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย

วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม สปสช.ได้ร่วมดำเนิน “โครงการฟันเทียม รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567” ภายใต้ความร่วมมือ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรมอนามัย กรมการแพทย์ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมบัญชีกลาง โดยโครงการนี้กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2567

นอกจากบริการใส่ฟันเทียมที่กำหนดเป้าหมาย 72,000 ราย ให้กับคนไทยทุกสิทธิการรักษาแล้ว ในครั้งนี้ได้เพิ่มเติมการให้บริการรากฟันเทียมกับผู้ที่มีปัญหาใส่ฟันเทียมในโครงการ แล้วมีภาวะสันเหงือกแบนราบ ฟันปลอมหลวม ใส่แล้วเจ็บ ใช้งานบดเคี้ยวอาหารไม่ได้ เบื้องต้นกำหนดให้บริการเฉพาะผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เพื่อนำร่องการจัดระบบบริการ กำหนดเป้าหมายให้บริการ จำนวน 7,200 ราย

นพ.จเด็จกล่าวว่า จากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ ที่ผ่านมา ได้ทำให้ประชาชนไทยทั่วประเทศที่ไม่มีฟันบดเคี้ยวและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ทั้งสิทธิสวัสดิการข้าราชการ สิทธิประกันสังคม และสิทธิบัตรทอง 30 บาท ได้รับบริการใส่ฟันเทียมและรากฟันเทียมที่มีมาตรฐานและคุณภาพทางการแพทย์ เข้าถึงการรักษาและทำให้คุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น

Advertisement

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า จากข้อมูลการดำเนินงานโครงการ ล่าสุดได้ให้บริการใส่ฟันเทียมประชาชนไทยแล้ว จำนวน 111,512 ราย เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 39,512 ราย และให้บริการใส่รากฟันเทียมสำหรับประชาชนที่มีสิทธิบัตรทองซึ่งมีปัญหาใส่ฟันปลอมแล้ว จำนวน 4,758 ราย หรือร้อยละ 65 ของเป้าหมาย ที่เป็นบริการเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา และทำได้เฉพาะโรงพยาบาลบางแห่งที่มีศักยภาพเท่านั้น

“ด้วยโครงการนี้ ทำให้ประชาชนไทยโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่มีฟันบดเคี้ยวอาหารสามารถเข้าถึงบริการได้ ทั้งการใส่ฟันเทียมและรากฟันเทียม ที่เป็นบริการทันตกรรมที่มีค่าใช้จ่ายสูง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ ซึ่งจากผลสำรวจสุขภาพช่องปากประชาชนไทยของกรมอนามัยล่าสุด ปี 2566 พบว่ามีผู้สูงอายุสูญเสียฟันทั้งปากอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 ของผู้สูงอายุทั้งหมด หรือราว 8 แสนราย โดยส่วนหนึ่งได้รับการใส่ฟันเทียมแล้ว และยังมีผู้ที่ต้องใส่ฟันเทียมมีประมาณ 4 แสนราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ได้รับบริการจากโครงการนี้” นพ.จเด็จกล่าว