อุทยานฯ ดอยสุเทพ เร่งสร้าง 720 ฝาย เฉลิมพระเกียรติในหลวง ชาวบ้านยันได้ประโยชน์จริง
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ มั่งมี ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดพื้นที่โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

นายสมศักดิ์กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และ อ.หางดง โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,685 เมตร ซึ่งมีจุดสูงสุดของอุทยานอยู่บริเวณดอยปุย มีพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ลานกางเต็นท์ดอยปุย บ้านพักสวนสน น้ำตกมณฑาธาร น้ำตกห้วยแก้ว น้ำตกแม่สา น้ำตกหมอกฟ้าและน้ำตกตาดหมอก เป็นต้น ทั้งนี้ บริเวณอุทยานเป็นพื้นที่ขุนน้ำธรรมชาติที่ไหลจากลำห้วยไปหล่อเลี้ยง จ.เชียงใหม่ ที่มีลำห้วยสำคัญ เช่น ห้วยตึงเฒ่า ห้วยแม่หยวก ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน เป็นต้น โดยจะหลอมรวมกันลงสู่คลองแม่ข่า ไหลผ่านเมืองเชียงใหม่ลงสู่แม่น้ำปิง รวมความยาว 31 กิโลเมตร จึงเป็นแหล่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้อุปโภค บริโภคและทำการเกษตร

นายสมศักดิ์กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯได้จัดทำโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ซึ่งมีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ ปลูกป่าประชาอาสา 72 ไร่ ปลูกหญ้าแฝก 2 แสนกล้า ปลูกหวาย 72 ไร่ และปล่อยสัตว์ป่า 72 ตัว ได้แก่ไก่ฟ้าหางลายขวาง 20 ตัว และไก่ฟ้าหลังขาว 52 ตัว และอีกกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่คือ จัดทำฝายต้นน้ำลำธารแบบคอกหมูหินทิ้ง 720 ฝาย ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้ว 400 กว่าฝาย คาดว่าจะแล้วเสร็จครบภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ ฝายที่สร้างขึ้นมาจากการสำรวจลำธารบริเวณดอยสุเทพ-ปุย จากนั้นก็จะแจ้งพิกัดไปที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อทำรายงานการทำฝายในพื้นที่ ซึ่งปกติแล้ว 1 วัน จะสร้างได้ 2 ฝาย ใช้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ 5 คน

“การทำฝายบนพื้นที่ดอยสุเทพ-ปุย เป็นการช่วยเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนให้กับคลองแม่ข่า เพราะฝายที่ทำขึ้นมาจะช่วยชะลอน้ำที่ไหลลงสู่พื้นราบ ขณะเดียวกัน ตะกอนใบไม้ที่มากับน้ำ ก็จะมาอยู่ที่ฝาย ซึ่งมีการศึกษาแล้วว่าตะกอนเหล่านั้นช่วยกักน้ำให้ซึมลงดินมากขึ้น ทำให้พื้นที่บริเวณนั้น ชุ่มชื้นขึ้น ผืนป่ามีน้ำหล่อเลี้ยง และยังช่วยกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคของประชาชนในพื้นที่ดอยด้วย” นายสมศักดิ์กล่าว

ด้าน นายเมธาพันธุ์ ภุชกฤษดาภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.สุเทพ กล่าวว่า ตนเป็นผู้นำชุมชนหมู่บ้านม้งดอยปุย ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ในพื้นที่มีปัญหาเรื่องการจัดสรรน้ำ เพราะคนปลายน้ำมักจะไม่มีน้ำใช้ และมีปัญหาเรื่องน้ำเสียที่ไหลผ่านมาจากต้นน้ำ ทางชุมชนจึงร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีชาวบ้านเป็นตัวหลัก ซึ่งมีการทำวิจัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ พร้อมสร้างความเข้าใจและกติกาการใช้น้ำร่วมกัน ปัจจุบัน สามารถแก้ปัญหาเรื่องการจัดสรรน้ำได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องแหล่งกักเก็บน้ำไม่เพียงพอเนื่องจากพื้นที่สูงมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ชุมชนก็จะต้องร่วมกันเฝ้าระวังน้ำ เพื่อบริหารให้เพียงพอตั้งแต่ต้นแล้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเฝ้าระวังไฟป่า โดยการสร้างแนวกันไฟในพื้นที่

นายเมธาพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีการสร้างฝายชะลอน้ำในชุมชน ประมาณ 10 กว่าฝาย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใช้น้ำโดยตรงจากแหล่งน้ำ เพราะไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ จึงต้องบริหารจัดการการใช้น้ำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เนื่องจากน้ำที่ไหลลงมาจากดอยสุเทพ-ปุย ต้องนำมาใช้ทั้งอุปโภค บริโภคและทำการเกษตรกว่า 10,000 ไร่ ทั้งนี้ โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างฝาย 720 ฝาย ช่วยในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมาก ทั้งฤดูน้ำหลาก ที่ช่วยชะลอน้ำไม่ให้มากจนเกินไป และในฤดูน้ำแล้ง ประชาชนก็ยังมีพื้นที่ใช้น้ำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแผนของชุมชนในระยะต่อไป คือ การประสานระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน และแก้ปัญหาเรื่องน้ำเสีย เพราะพื้นที่ดอยสุเทพ-ปุย นอกจากทำการเกษตรแล้วยังต้องรองรับพื้นที่ท่องเที่ยวด้วย ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ก็จะร่วมกันป้องกันปัญหาไฟฟ้า และการบริหารน้ำให้เหมาะสมกับการใช้น้ำ

