ชัชชาติ ยันพร้อมจ่ายหนี้บีทีเอส 1.1 หมื่นล. คาดใช้เวลา 140 วัน หนักใจหางบโปะค่าเดินรถปีละ 6 พันล.

31.07.24 | 14:56 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาสั่งให้ กทม.จ่ายหนี้ค่าจ้างเดินรถสายสีเขียวกับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอสซี) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส จำนวนกว่า 11,755 ล้านบาท ว่า กทม.ต้องทำตามคำสั่งศาล ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 1 สิงหาคม 2567 จะมีการประชุมแนวทางการใช้หนี้ เพราะในคำสั่งศาลมีรายละเอียดมากกว่าร้อยหน้า ทั้งนี้ การที่ศาลสั่งมาเป็นเรื่องดี ทำให้มีความชัดเจน ทำให้ กทม.รู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร

“ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า เรื่องการไม่จ่ายเงินค่าจ้างเดินรถ ไม่ได้เริ่มในสมัยผู้บริหาร กทม.ชุดนี้ แต่เรื่องเกิดขึ้นมาตั้งแต่ผู้บริหาร กทม.ในอดีตแล้ว เมื่อผู้บริหารชุดนี้เข้ามา จะจ่ายเงินก็จ่ายไม่ได้ เพราะเรื่องอยู่ในขั้นตอนของศาล” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า การจ่ายเงินนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อศาลสั่งมาแล้ว กทม.ก็เคารพ แต่เงินทุกบาทที่จะนำไปจ่ายต้องผ่านสภา กทม. ผู้บริหาร กทม.ไม่สามารถนำเงินสะสมจ่ายขาดไปจ่ายหนี้ได้เลยทันที ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการของ กทม.ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 140 วัน แต่ กทม.จะรีบดำเนินการ เนื่องจากมีเรื่องดอกเบี้ยที่ต้องคำนึงถึง และเป็นตัวกดดันให้เร่งดำเนินการ

เมื่อถามว่า กทม.จะมีการจ่ายหนี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ตามที่บีทีเอสเรียกร้องหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ดำเนินการตามคำสั่งศาลคดีแรกก่อน ส่วนคดีที่ค้างอยู่ในศาล จะต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะมีการจ่ายหนี้อย่างไร โดยจะต้องดำเนินทีละขั้นตอน และดูฐานะทางการเงินของ กทม.ประกอบด้วย ยืนยัน กทม. พยายามจะทำให้ดีที่สุด โดยที่ผ่านมา กทม.ได้มีการจ่ายหนี้ค่างานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) จำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท ไปแล้ว

Advertisement

“ค่อนข้างหนักใจ เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบกับประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นการใช้เงินจำนวนมหาศาลทำให้ส่งผลกระทบต่อโครงการอื่นๆอีกมากมาย ทั้งสาธารณสุข การศึกษา รวมถึงผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากค่าจ้างของส่วนต่อขยายที่ 1 และที่ 2 ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 8 พันล้านบาท แต่ทำรายรายได้ปีละประมาณ 2 พันล้านบาท จึงต้องหาเงินส่วนต่างถึง 6 พันล้านมาจ่ายสัญญาที่ทำไว้ในอนาคต จึงถือเป็นเรื่องที่หนักสำหรับ กทม. เนื่องจาก กทม.ได้รับงบประมาณเพียงปีละ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งการปรับขึ้นค่าโดยสาร ก็ไม่สามารถที่จะผลักภาระไปให้ประชาชนได้ ดังนั้น จึงต้องพิจารณาให้ละเอียดครั้ง” นายชัชชาติกล่าว