กรมอนามัย-ภาคีเครือข่ายรณรงค์ป้องกัน ‘4 เน้น 4 เดือน’ ลดผู้ป่วยไข้เลือดออก
วันนี้ (21 สิงหาคม 2567) พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมาย พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย ร่วมแถลง “สธ. ผนึกพันมิตร Dengue -zero พร้อมย้ำมาตรการ 4 เน้น 4 เดือน หวังลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก เผยผู้เสียชีวิตพุงทะเล 46 คน” โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการ สธ. ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และประธานกรรมการความร่วมมือฯ นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) รศ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นายจรัส รัชกุล ผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) รศ.นพ.ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย นพ.สมควร หาญพัฒนชัยกูร เลขาธิการนายกสมาคมนักบริหารโรงพยาบาลประเทศไทย นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนแห่งประเทศไทย ศ. พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และ ศ.
เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา/กรรมการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์กรรมการความร่วมมือฯ ณ โรงแรมอีสติน พญาไท กรุงเทพมหานคร

พญ.นงนุช กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกพบได้ในทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กวัยเรียน และวัยทำงานตอนต้น ซึ่งผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่ออาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ เด็กทารก และผู้สูงอายุ มีภาวะอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงแตกง่าย หรือโรคที่เกิดจากฮีโมโกลบินผิดปกติ ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตวาย โรคตับเรื้อรัง หรือ กินยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาในกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inammatory หรือ NSAIDs) โดยเฉพาะผู้สูงอายุ พบว่า เมื่อป่วยแล้วมีโอกาสเสียชีวิตมากที่สุด

รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีคำแนะนำและข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก 1.ป้องกันตนเองจากยุงลายกัด โดยนอนในมุ้ง ติดมุ้งลวด ใช้ยากันยุงจากธรรมชาติ สวมเสื้อแขนยาวเมื่อทำงานในสวน และทายากันยุง โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้เลือดออก ต้องป้องกันการแพร่เชื้อไข้เลือดออกสู่บุคคลในครอบครัวและชุมชน 2.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเก็บบ้านให้สะอาด จัดเก็บเสื้อผ้า ไม่ให้มีมุมอับ
เก็บขยะรอบบ้าน ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ และล้างแจกันทุกสัปดาห์ และ 3.สังเกตอาการโรคไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงลอยเฉียบพลัน หน้าแดง ปวดศีรษะ มีจุดแดง ให้รีบพบแพทย์ ห้ามใช้ยาประเภท NSAIDs หากมีผู้ป่วย
ในครอบครัว ให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและปฏิบัติตามคำแนะนำ

“ทั้งนี้ กรมอนามัย ได้ส่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ สู่มือประชาชน เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ผ่านผู้บริหารสาธารณสุขอำเภอระดับสูงทั่วประเทศ และได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรและเอกชน เพื่อส่งเสริมการป้องกันโรคไข้เลือดออกในหลากหลายมิติ ทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน กลุ่มแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ที่นำไปสู่การป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรการการเฝ้าระวังและป้องกันไข้เลือดออก และให้เห็นถึงคุณค่าของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ที่สามารถป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” พญ.นงนุช กล่าว

