รพ.จุฬาฯ จับมือ ดุสิตธานี สร้างเขตบริการสุขภาพแบบครบวงจร

28.08.24 | 16:29 น.

รพ.จุฬาฯ จับมือ ดุสิตธานี สร้างเขตบริการสุขภาพแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างเขตการบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร และที่พักเชิงสุขภาพ (Comprehensive Medical Corridor) โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รพ.จุฬาฯ และ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามเอ็มโอยูเพื่อสร้างเขตการบริการทางการแพทย์แบบครบวงจรและที่พักเชิงสุขภาพ ในเขตกลางกรุงเทพมหานคร (CBD) เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรที่มีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อประโยชน์สำหรับประชาชน

Advertisement

“มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท ดุสิตธานีฯ ที่ได้นำจุดแข็งขององค์กรทั้งในด้านการบริหารจัดการโรงแรมและโครงการที่พักอาศัยที่เปิดให้บริการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงจุดแข็งของธุรกิจทางด้านอาหารและโรงเรียนสอนทำอาหาร นำมาบูรณาการร่วมกับทางโรงพยาบาล ซึ่งการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 องค์กรในครั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดและเป็นทางเลือกต่อผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล” รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวและว่า รพ.จุฬาลงกรณ์ และดุสิตธานี ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ จึงทำให้ประชาชนสะดวกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการใช้บริการที่พักอาศัยชั่วคราว การผนึกกำลังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรชั้นนำในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงของทั้งโรงพยาบาลและที่พัก จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า ผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องนอนรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล แต่ไม่สะดวกต่อการเดินทางไปกลับเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ และช่วยตอบโจทย์ความต้องการสำคัญของผู้ป่วยและครอบครัวที่ต้องการพักอาศัยชั่วคราวในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาล เพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ผู้ป่วยที่ต้องเตรียมตัวก่อนส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการการรักษาต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่ต้องรับการทดสอบการนอนหลับ หรือ sleep test ฯลฯ

รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ รองผู้อำนวยการ รพ.จุฬาฯ ฝ่ายสนับสนุนบริการ กล่าวว่า ผู้ป่วยดังกล่าวยังเป็นกลุ่มที่มีความต้องการอาหารที่เฉพาะเจาะจง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยหลังผ่าตัดมักต้องการอาหารโปรตีนสูง, ผู้ป่วยที่ต้องเตรียมลำไส้ มีประเภทอาหารที่กินได้อย่างจำกัด ในช่วง 1-2 วันก่อนทำการตรวจส่องกล้อง จึงอาจมีความยุ่งยากในการจัดหาอาหาร และ/หรือการคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมทางโภชนาการ ซึ่ง รพ.จุฬาฯ และ ดุสิตธานี ได้ร่วมกันพัฒนาเมนูอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามความต้องการเฉพาะของผู้ป่วย

“การร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้เกิดเขตบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร โดยมุ่งเน้นประโยชน์ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว 1.ที่พักเชิงสุขภาพ 2.การพัฒนาคุณภาพอาหาร ซึ่งร่วมมือระหว่างฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัดของ รพ.จุฬาฯ และเชฟจาก The Food School (เดอะ ฟู้ด สคูล) โดยสูตรอาหารที่เริ่มพัฒนาแล้ว ได้แก่ อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานและโปรตีนสูง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ในอนาคตมีแผนพัฒนาเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง เป็นต้น 3.การบริการและการฝึกอบรมดุสิตธานีจะนำเสนอวิธีการบริการระดับห้าดาว และการฝึกอบรมบุคลากรของ รพ.จุฬาฯ เพื่อยกระดับการต้อนรับและบริการให้มีคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงเป็นที่ปรึกษาของฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัดด้วย” รศ.นพ.รัฐพลี กล่าว

ทางด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว กลุ่มดุสิตธานีมั่นใจว่าจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริการที่พักและอาหาร มาผสมผสานกับความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการแพทย์ของ รพ.จุฬาฯ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้ารับบริการ