แพทยสมาคมอังกฤษจี้รัฐบาลออก กม.สกัด ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ หลังเยาวชนเข้าถึงพุ่ง 6 เท่า
วันนี้ (3 กันยายน 2567) ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงกรณีที่แพทยสมาคมอังกฤษ เตือนว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในคนอายุน้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยคุกคามทางสาธารณสุข พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหอมทุกชนิด เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน เนื่องจากสำรวจพบว่า อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนใน 10 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 6 เท่า

โดยวัยรุ่นอายุ 11-18 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 18 หรือ 980,000 คน สาเหตุของการระบาดมาจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้แล้วทิ้ง (disposable) ที่วางขายอยู่ทั่วไป โดยบริษัททำบุหรี่ไฟฟ้ารูปร่างเหมือนขนม บรรจุในกล่องที่มีสีสันฉุดฉาด และกลิ่นหอมที่เด็กชอบวางขายคู่กับช็อกโกแลตและขนมเด็กรสผลไม้ เป็นการตลาดล่าเหยื่อที่มุ่งเป้าเด็กและวัยรุ่น

“แพทยสมาคมอังกฤษจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหอม ห้ามใช้รูปภาพและสีสันบนอุปกรณ์สูบและกล่องบรรจุ ร้านขายต้องไม่ให้คนเห็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ขาย และรัฐบาลต้องเร่งจัดงบประมาณสนับสนุนการรณรงค์เร่งให้ความรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบขายอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอังกฤษห้ามขายบุหรี่ทุกชนิดแก่เด็กที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี” ศ.พญ.สุวรรณากล่าว

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า อังกฤษเป็นประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าขายได้อย่างถูกกฎหมาย ทั้งนี้ ข่าวจากประเทศอังกฤษชี้ให้เห็นว่า แม้อังกฤษจะเป็นประเทศที่มีความสามารถในการควบคุมยาสูบดีที่สุดในยุโรปและในโลก ทั้งการบังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะที่ได้ 10 คะแนนเต็ม การควบคุมบุหรี่หนีภาษี การเก็บภาษีบุหรี่มวนและบุหรี่ยาเส้นที่เกือบเท่ากัน การป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบโดยบริษัทบุหรี่ และมาตรการอื่นๆ ตามที่กำหนดโดยอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก แต่การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนในอังกฤษก็ยังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแพทยสมาคมต้องออกมาเรียกร้องให้มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

ศ.นพ ประกิตกล่าวว่า สหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ ได้ออกข้อแนะนำตั้งแต่ปี ค.ศ.2020 ว่า การห้ามนำเข้า ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด เป็นนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับประเทศรายได้น้อยและปานกลาง เนื่องจากเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว บุหรี่ไฟฟ้ามีผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี ที่สำคัญประเทศเหล่านี้ขาดความพร้อมในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในทุกด้าน ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ทรัพยากรในการควบคุมยาสูบ สหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดฯ เน้นว่า อังกฤษมีความสามารถในการกำกับดูแลกฎหมายที่เข้มแข็ง มีสมรรถนะการควบคุมยาสูบที่ยอดเยี่ยมและอยู่ในระยะท้ายของการระบาดของยาสูบ มีสภาพแวดล้อมเฉพาะที่แตกต่างจากประเทศรายได้น้อยและปานกลางส่วนใหญ่ที่ยังขาดแคลนทั้งทรัพยากรและกลไกในการบังคับใช้กฎหมาย
“ผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาให้รอบคอบถึงทางเลือกนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ที่จะมีข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งๆ ที่กฎหมายบุหรี่โลก หรืออนุสัญญาควบคุมยาสูบฯ ห้ามภาคีสมาชิก ตั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบเข้าเป็นกรรมการ หรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการที่พิจารณานโยบายควบคุมยาสูบ” ศ.นพ.ประกิตกล่าว

