5 วัน ไร้ผู้ป่วยพิษ ‘เมทานอล’ เพิ่ม ‘สมศักดิ์’ จ่อให้ผู้ประกอบการแจ้งสูตรที่ อย.
วันนี้ (3 กันยายน 2567) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอันตรายจากพิษเมทานอล (ยาดองเหล้าปลอม) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือเกี่ยวกับผลการสอบสวน ซึ่งพบว่ามีหลายขั้นตอนที่เข้าข่ายการกระทำความผิด โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตเหล้าปลอมที่มีการนำสารเคมีที่มีพิษร้ายแรง คือ สารเมทานอล หรือเมทิลแอลกอฮอล์ มาทำเป็นเหล้าปลอม ก่อนนำไปปรุงแต่งเป็นเหล้ายาดอง และกระจายขายตามซุ้มยาดองในที่ต่างๆ ส่งผลให้มีประชาชนหลายคนเจ็บป่วยและเสียชีวิตตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยกรมการแพทย์ได้รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากเมทานอล ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม-วันที่ 3 กันยายน 2567 มีทั้งหมด 44 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 8 ราย รักษาหายแล้ว 31 ราย และยังอยู่ระหว่างการรักษาอีก 5 ราย แยกเป็น โรงพยาบาล (รพ.) นพรัตนราชธานี 2 ราย รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และ รพ.เชียงคำ แห่งละ 1 ราย โดยเป็นผู้ป่วยอาการสีแดง 4 ราย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2567 ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษา และในวันนี้ได้มีการปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) รพ.นพรัตนราชธานี แล้ว

นายสมศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ปัญหาการได้รับพิษเมทานอลจากเหล้าปลอมพบมีการรายงานผู้ป่วยเป็นประจำทุกปี ที่ประชุมจึงได้พิจารณาแนวทางและมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ และหารือถึงช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อปิดกั้นแหล่งผลิตทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นพบว่าแอลกอฮอล์แต่ละชนิดมีกฎหมายหลายฉบับ ควบคุมกำกับดูแลโดยหลายหน่วยงานในการนำมาใช้ผลิตในระดับอุตสาหกรรม ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาหาร, พ.ร.บ.ยา, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง, พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร, พ.ร.บ.สุรา, พ.ร.บ.สรรพสามิต และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ยกตัวอย่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ กำหนดให้ใช้สารเอทานอลผลิตอาหารที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกินร้อยละ 0.5 เช่น ช็อกโกแลต เครื่องดื่ม เป็นต้น หรือเป็นวัตถุเจือปนอาหาร นำมาทำเป็นยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ หรือเจลล้างมือได้ ส่วน ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ใช้ได้เพียงเป็นวัตถุเจือปนอาหาร แอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผล สารช่วยกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเจลล้างมือเท่านั้น ขณะที่ เมทิลแอลกอฮอล์ สามารถใช้ได้เพียงอุตสาหกรรมอื่น เช่น สี เฟอร์นิเจอร์

“ที่ประชุมได้ย้ำถึงความร่วมมือกันของทุกหน่วยงาน เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต โดยเฉพาะการนำเมทานอลซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นพิษมาผลิตเป็นยาดองและเหล้าปลอม โดยในส่วนของ อย.ที่กำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ จะเข้มมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งสูตรส่วนประกอบที่ชัดเจน ตรวจสอบการปนเปื้อนและแหล่งที่มา มีบันทึกการผลิตที่ชัดเจน และจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่าง ณ สถานที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย หากพบผิดมาตรฐานจะแจ้งเตือนภัย เรียกคืนสินค้า พร้อมทั้งให้ประชาชนรับรู้ถึงอันตรายจากการดื่มสุราที่ไม่มีแหล่งผลิตที่ชัดเจน และไม่มีการควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสารเมทานอลที่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ ไม่สามารถนำมาบริโภคได้” นายสมศักดิ์กล่าว


