เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรโครงการ 30 ประมาณ 50 คน มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่องผู้บริหารตลาดนัดจตุจักรใช้อำนาจเกินหน้าที่ ไม่ต่อสัญญาให้ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรโครงการ 30 ทำให้ผู้ค้าและลูกจ้างกว่า 529 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ต้องออกจากพื้นที่
นายชัชชาติกล่าวว่า ผู้ค้าโครงการ 30 ที่มาร้องเรียนเป็นผู้ค้าที่กางเต๊นท์อยู่ตรงกลางตลาดนัดจตุจักร บริเวณหอนาฬิกา กลุ่มนี้ทำสัญญาเป็นรายปีอยู่แล้ว ต้องทำความเข้าใจว่าในปัจจุบันสำนักงานตลาดมีแผนจะพัฒนาปรับปรุงตลาด เพราะเชื่อว่าจะพัฒนาตลาดให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นจะต้องลงไปดูในรายละเอียด ว่าจะช่วยเหลือผู้ค้ากลุ่มนี้อย่างไรบ้าง เพราะเป็นผู้ค้าที่กางเต๊นท์อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่อยู่ในตัวโครงการตลาดนัดจตุจักร

นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่า การพัฒนาตลาดนัดจตุจักรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ใช่พื้นที่ของ กทม.เป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่รับมาตามมติ ครม.นานแล้ว และ กทม.ก็ต้องจ่ายค่าเช่า ดังนั้นคงจะต้องมาคุยกัน ถ้า กทม.ไม่เชี่ยวชาญด้านการจัดทำตลาด ก็ควรจะคืนพื้นที่ให้ รฟท.ไปจัดการ
”การจะทำอะไรภายในตลาดนัดจตุจักรไม่ใช่ว่าทำได้สะดวก เพราะต้องขออนุญาตกับ รฟท.ก่อน แค่จะติดตั้งเสาไฟก็ต้องขออนุญาตก่อน เพราะ กทม.ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ดังนั้นคงจะต้องพิจาณาว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุด เพราะในความจริง กทม.ก็มีภารกิจอีกหลากหลายด้านที่ต้องดูแล ดังนั้นถ้าไม่เชี่ยวชาญด้านทำตลาด กทม.ควรคืนให้การรถไฟดีกว่าหรือไม่ คงต้องมาหารือกันอีกที“ นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน กทม.เป็นหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระค่าเช่าที่ดินบริเวณตลาดนัดจตุจักร กับ รฟท. ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สะสมตั้งแต่ก่อนผู้บริหารชุดนี้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ในเรื่องนี้ กทม.จะทำหนังสือถึง รฟท.เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ เพราะคงไม่สามารถนำเงิน 300 ล้านบาทไปจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวขนาดใหญ่ เนื่องจากเงื่อนไขทางกฎหมาย พบว่ายังไม่มีการทำสัญญาระหว่าง กทม.กับ รฟท.มีการโต้ตอบกันไปมาในเรื่องของกฎหมาย ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนทางกฎหมาย จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการทำสัญญาระหว่างกัน ดังนั้น กทม.จึงทำหนังสือไปว่า ยินดีจ่ายค่าเช่าที่ผ่านมา แต่ขอให้จ่ายในลักษณะการปรับโครงสร้างหนี้


