ผู้บริโภคพบปม ‘คลินิก’ เมินออกใบส่งตัว ทำ30บาทรักษาทุกที่ไม่ต่อเนื่อง จี้นายกฯแก้ด่วน! 

16.09.24 | 11:47 น.
30บาท

ผู้บริโภคพบปม ‘คลินิก’ เมินออกใบส่งตัว ทำ30บาทรักษาทุกที่ไม่ต่อเนื่อง จี้นายกฯแก้ด่วน!

วันนี้ (16 กันยายน 2567) น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค เปิดเผยถึงกรณีพบปัญหาการเบิกจ่ายระหว่างคลินิกชุมชนอบอุ่น กับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนทำให้ผู้บริโภคหลายรายถูกปฏิเสธการออกใบส่งตัวผู้ป่วย ถูกเรียกเก็บค่าออกใบส่งตัว ถูกจำกัดโควตาการออกใบส่งตัว หรือแม้แต่การส่งตัวที่ล่าช้า ว่า การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้ ซึ่งปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยยังเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้บริโภคยังพบเจอมาโดยตลอด สภาผู้บริโภคเห็นว่า ทุกภาคส่วนต้องเร่งหาทางออกโดยเร็วเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน

น.ส.มลฤดี กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภค ได้รวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดจากเวทีหาแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยบัตรทองในกรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 จัดทำเป็นข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่ การเสนอมาตรการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดย 1.ให้ สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิและคลินิกชุมชนอบอุ่นแก้ไขปัญหาระบบการส่งต่อผู้ป่วย จัดให้มีกติกาในการส่งต่อผู้ป่วยและออกแบบระบบการจ่ายเงินที่เหมาะสม และ 2.นำเสนอและสื่อสารนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” อย่างชัดเจน รวมถึงการแจ้งสถานที่ที่ประชาชนสามารถรับบริการได้ เช่น ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด เป็นต้น เพื่อลดความสับสนและลดความแออัดในโรงพยาบาล

รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายฯ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพในระยะยาวนั้น 1.หน่วยงานกำกับดูแลต้องพัฒนาและยกระดับศักยภาพการให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างเทียบเท่ากับโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) รับขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรทองได้อย่างน้อย 50,000 คน และคลินิกชุมชนอบอุ่นควรทำหน้าที่เป็นเครือข่ายบริการปฐมภูมิเพื่อสนับสนุนการให้บริการที่ครอบคลุม และ 2.ควรทำความร่วมมือกับโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนในกรุงเทพฯ เพื่อให้ รพ.เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการรับส่งต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะทาง มีช่องทางในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ลดระยะเวลารอคอยและลดความแออัดในหน่วยบริการสาธารณสุข อีกทั้งควรสร้างความร่วมมือ โดยการขยายขอบเขตการรับส่งต่อผู้ป่วยในกรณีอื่นๆ ของ รพ.เอกชน ด้วย นอกเหนือจากการให้บริการรักษาในกรณีฉุกเฉินวิกฤตเท่านั้น

Advertisement

“การเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต่อนายกฯ ในครั้งนี้ สภาผู้บริโภคคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับและเร่งหาทางออกให้กับประชาชนโดยเร็ว กรณีปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยที่ประชาชนพบเจอมาโดยตลอด และหากผู้บริโภครายใดที่ได้รับความไม่สะดวกในการใช้บริการสุขภาพ สามารถร้องเรียนกับ สปสช. ที่สายด่วน 1330 หรือสภาผู้บริโภค 1502” น.ส.มลฤดี กล่าว