สธ.-ยธ. เชื่อมข้อมูลสุขภาพ บน ‘ดิจิทัล เฮลท์ แพลตฟอร์ม’ ช่วยผู้ต้องขังเข้าถึงบริการ

17.09.24 | 15:50 น.

สธ.-ยธ. เชื่อมข้อมูลสุขภาพ บน ‘ดิจิทัล เฮลท์ แพลตฟอร์ม’ ช่วยผู้ต้องขังเข้าถึงบริการ

วันนี้ (17 กันยายน 2567) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข บน Digital Health Platform ของ สธ. ระหว่าง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. กับ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.)

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้ง 2 กระทรวง ในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง ทั้งในช่วงที่อยู่ในเรือนจำและหลังจากพ้นโทษ ซึ่งข้อมูลประวัติการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถวางแผนการรักษาและดูแลสุขภาพผู้ต้องขังได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ช่วยให้กลับมามีสุขภาพที่ดี และยังช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของโรคในเรือนจำและในชุมชนหลังพ้นโทษ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพของผู้ต้องขังอีกด้วย

Advertisement

นพ.โอภาส กล่าวว่า สธ.ได้พัฒนาและจัดระบบบริการสาธารณสุขให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน อย่างต่อเนื่อง ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และพบว่า ยังมีปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายและเรือนจำ ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขไม่เท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป นำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้

“โดย สธ.จะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบข้อมูลกลาง บน Digital Health Platform ของ สธ. ให้ก้าวหน้า ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ สนับสนุนชุดความรู้และวิธีการใช้งานระบบข้อมูลกลางให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องใน ยธ.สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากบุคลากร หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายทุกระดับ สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรักษา เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสุขภาพของทั้ง 2 หน่วยงาน ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการรักษาความลับ และการใช้ข้อมูลกลาง บน Digital Health Platform ของ สธ. เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของผู้รับบริการในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง” นพ.โอภาส กล่าว

ด้าน นางพงษ์สวาท กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ ยธ.มีผู้ต้องขังในความควบคุมดูแลทั่วประเทศ ในเรือนจำและทัณฑสถาน 143 แห่ง ประมาณ 300,000 คน ซึ่งจะมีผู้ต้องขังรับตัวเข้าใหม่ในแต่ละปี ประมาณ 190,000 คน และปล่อยตัว 170,000 คน ข้อมูลด้านสุขภาพจึงเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับการดูแลที่ต่อเนื่อง

“ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือครั้งนี้ ยธ.จะสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาของผู้รับบริการในระบบข้อมูลกลางบน Digital Health Platform ของ สธ. เพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสุขภาพทั้งสองหน่วยงาน ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรักษา การนำเข้าข้อมูล การแสดงข้อมูลต่างๆ ในระบบข้อมูลกลาง รวมทั้งความปลอดภัยในการให้บริการ โดยไม่แสดงถึงการตีตราบุคคล รวมถึงไม่กระทบต่อความมั่นคงของเรือนจำ ตลอดจนจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเรือนจำ ในการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อการดำเนินการในระบบข้อมูลกลาง โดยไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสื่อสารถึงประโยชน์ของระบบข้อมูลกลาง ในการให้บริการด้านสาธารณสุข เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจและยินยอมในการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลลงในระบบด้วยความสมัครใจ” นางพงษ์สวาท กล่าว