ยังไม่หยุด พายุจากเวียดนามเข้าลาว มาถึงนครพนมกลางดึก เตือนคืน 19 ก.ย.ฝนหนักแน่
วันที่ 18 กันยายน นายศศิน เฉลิมลาภ นักธรณีวิทยา และนักวิชาการอิสระ ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า พายุซูลิก ที่มาจากประเทศฟิลิปปินส์นั้น เดิมทีคาดว่าไม่น่าจะแรง และส่งผลกระทบกับประเทศไทยมากนัก แต่หลังจากพิจารณาจากแผนที่แล้ว พายุน่าจะมาเร็วและแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เยอะ โดยเวลานี้ พายุกำลังปั่นอยู่ที่ประเทศเวียดนาม โดยพยายามขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม และจะอ่อนกำลังกลายเป็นพายุดีเปรสชั่น จากนั้นจะเข้าไปที่ประเทศลาวตอนใต้ โดยฝนจะตกหนักมากที่คอนพะเพ็ง
“จากนั้น ตกดึกของคืนวันที่ 19 กันยายน ก็จะเข้ามาแตะที่ จ.นครพนม ทั้งนี้ หากพายุหมดพลังที่ลาว ก็ไม่มีปัญหา แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เบื้องต้นคือ คาดว่าจะเข้ามาที่ จ.นครพนม และแถบอีสานเหนือคือ แถวอุบลราชธานี สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ จุดที่น่าเป็นห่วงคือ เลย เพชรบูรณ์ พื้นที่ภูเขาสูง แหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ทุ่งแสลงหลวง และประมาณวันที่ 20 กันยายน ช่วงเย็นๆ พายุจะวกเข้าพื้นที่ พิษณุโลก สวรรคโลก น้ำจะลงที่ตามแม่น้ำยม ลงไปที่ทุ่งพิจิตร ซึ่งตรงนี้ แม้ว่ามีแก่งเสือเต้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะฝนจะตกใต้เขื่อน” นายศศินกล่าว
นายศศินกล่าวว่า พายุลูกนี้จะหมดฤทธิ์ วันที่ 21-22 กันยายน ซึ่งตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้งนี้ สองวันนี้ ขอให้ทุกคน ต้องเชื่อประกาศ ทั้งของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ อย่างไรก็ตาม หน่วยงาน อย่ามัวแต่ดูหัวพายุ เพราะหางมันดึงฝนมาทางฝั่งอันดามันหนักแน่ โดยเฉพาะภูเก็ต พังงา ระนอง ฉ่ำมาหลายวันแล้วเจอห่านี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเจอกับดินถล่ม โคลนไหลทันที หางมันยังพาดมาหาภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และพาดมานครนายก เขาใหญ่ เขื่อนขุนด่าน น่าจะต้องเฝ้าสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด
“ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดต้องมอบหมายให้อำเภอต่างๆ ตามเฉดสีเหลืองนี้เตรียมแผนเผชิญเหตุนะครับ ไม่ใช่แค่เฝ้าระวัง เพราะไม่รู้ว่าจะระวังอย่างไร ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์น่าจะเป็นคิวที่น้ำจะลงมาทางเมืองเพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ต้องระวังน้ำล้นแม่น้ำป่าสักช่วงเหนือเขื่อนป่าสัก น้ำน่าน น้ำยม ช่วงพิษณุโลก และทุ่งพิจิตร ต้องระวังพิเศษ ต่อมาก็คงลงบึงบอระเพ็ด ซึ่งต้องติดตามอาทิตย์หน้าว่าจะมีผลต่อภาคกลางหรือไม่” นายศศินกล่าว

