ผวายังมีระเบิดฝังรอบ ขสป.ฮาลาบาลา ไม่ต่ำกว่า 5 ลูก รออีโอดีเคลียร์

23.09.24 | 09:38 น.

ผวายังมีระเบิดฝังรอบ ขสป.ฮาลาบาลา ไม่ต่ำกว่า 5 ลูก รออีโอดีเคลียร์ สั่งการพื้นที่ล่อแหลมพกอาวุธป้องกันตัว อธิบดีเผย ได้งบซื้อปืนปีละ 100 กระบอก จากอุทยานทั่วประเทศ 154 แห่ง

กรณีมีคนร้ายประมาณ 20 คน บุกเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) ฮาลา-บาลา จ.นราธิวาส โดยจับเจ้าหน้าที่ มัดมือ มัดเท้า โดยได้ระเบิดตู้เซฟเก็บปืน และเอาปืนไปทั้งหมด หลังจากนั้น ได้เผาสำนักงานอุทยาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบ้านพักนักท่องเที่ยว เมื่อช่วงพลบค่ำวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมานั้น

วันที่ 23 กันยายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเดินทางลงไปในพื้นที่ ให้สัมภาษณ์กับ มติชนออนไลน์ ว่า ตรวจสอบรายละเอียด พบว่า ปืนราชการหายไปจำนวน 12 กระบอก เป็นปืนลูกซองราชการจำนวน 11 กระบอก ปืน .38 ของราชการ 1 กระบอก และ .38 ของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่อีก 1 กระบอก มีบ้านพัก โรงรถ และสำนักงาน เสียหายทั้งหมด โดยเวลานี้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนออกจากพื้นที่ทั้งหมด เพราะเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งว่า บริเวณรอบๆ ที่ทำการอุทยานนั้น ยังมีระเบิดที่วางอยู่บริเวณรอบๆ อีกน่าจะไม่ต่ำกว่า 5 ลูก แต่ยังไม่รู้ว่าจุดไหนบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่อีโอดีกำลังตรวจสอบอยู่

เมื่อถามว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น เป็นการกระทำเพื่อต้อนรับแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ที่จะเข้ารับหน้าที่ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้หรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ในส่วนของทีมอุทยานนั้น ได้สั่งการให้อุทยานทุกแห่ง โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ติดชายแดน และอุทยานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่เก็บปืนนั้น ต้องมีความมิดชิดกว่านี้

Advertisement

“เบื้องต้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ล่อแหลม พกปืนไว้กับตัว เพื่อความปลอดภัย ไว้ป้องกันตัวเอง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลานั้นเขาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ของเรา แค่ต้องการปืน และขู่ว่า ถ้าไม่ขัดขืนจะไม่ทำร้าย แต่ก็ได้มีการเอาปืนตีหัวเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ แต่มาคิดอีกที ถ้าไม่ประสงค์จะเอาชีวิต ก็คงไม่วางระเบิดไว้โดยรอบสำนักงาน” นายอรรถพลกล่าว

เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่อุทยานได้ถูกฝึกเพื่อใช้อาวุธ และการต่อสู้แบบเผชิญหน้ากับผู้ร้ายหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เน้นการฝึกเดินป่า ลาดตระเวนป่า เรื่องการฝึกการใช้อาวุธ เพื่อต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย เป็นการฝึกเบื้องต้นเท่านั้นไม่ได้เน้น ทั้งนี้ เวลาออกลาดตระเวนพื้นที่ที่ล่อแหลม เช่น พื้นที่ชายแดน ก็จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร

เมื่อถามอีกว่า ในแต่ละปีนั้น กรมอุทยานมีงบประมาณในการซื้ออาวุธปืนให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวนเท่าไร นายอรรถพลกล่าวว่า งบประมาณได้ทุกปี ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่จะซื้อปืนได้ประมาณปีละ 100 กระบอก เมื่อถามต่อว่า 100 กระบอก สำหรับอุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศที่มีประมาณ 200 แห่ง จะเพียงพอหรือ นายอรรถพลกล่าวว่า ซื้อมาเรื่อยๆ ทุกปี เวลารับมือปืนก็จะพิจารณา พื้นที่ที่มีความล่อแหลมก่อน

เมื่อถามว่า ตอนลงพื้นที่ไปพบเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คน ที่ถูกจับมัดมือ มัดเท้านั้น ได้พูดอะไรกับคนเหล่านั้นบ้าง นายอรรถพลกล่าวว่า ได้เข้าไปกอดให้กำลังใจทุกคน โดยทั้ง 4 คนนั้น 3 คนเป็นผู้ชาย และ 1 คนเป็นผู้หญิง มีคนตกใจจนร้องไห้ด้วย ซึ่งตนก็ให้กำลังใจ และมอบเงินปลอบใจไปจำนวนหนึ่ง

นายอรรถพลกล่าวว่า สำหรับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลานั้น ก่อนหน้านี้ หัวหน้าอุทยานเพิ่งทำโครงการกิจกรรมเที่ยวชมป่า ดูนกเงือก วิ่งมาราธอน มีผู้สนใจทั้งชาวไทย และต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวหวาดระแวง และเจ้าหน้าที่เสียกำลังใจไปบ้าง ซึ่งตนก็จะพยายามดูแล ทั้งเรื่องสวัสดิการ ให้กำลังใจ และจะทำให้พื้นที่กลับมาเป็นที่ไว้วางใจของทุกฝ่ายเช่นเดิม ทั้งนี้ ในวันที่ 25 กันยายน ตนก็จะลงพื้นที่อีกครั้ง