รพศ.เชียงรายฯ เปิดแผนดูแลผู้ป่วยไตช่วงวิกฤตน้ำท่วม ชี้ล้างผ่านหน้าท้องกระทบน้อยสุด

24.09.24 | 11:05 น.

รพศ.เชียงรายฯ เปิดแผนดูแลผู้ป่วยไตช่วงวิกฤตน้ำท่วม ชี้ล้างผ่านหน้าท้องกระทบน้อยสุด

วันนี้ (24 กันยายน 2567) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) เชียงรายประชานุเคราะห์ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่รับการรักษาด้วยวิธีการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) ภายใต้การดูแลของ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ และร่วมรับฟังการดำเนินงานกรณีการเกิดภัยพิบัติ

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก นพ.ปัญจพล กอบพึ่งตน นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคไต รพศ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ว่า ปัจจุบัน รพศ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามประเภทของการรักษา คือ กลุ่มผู้ป่วยไตที่ฟอกเลือด 2,218 ราย การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD) เกือบ 600 ราย และ การล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD) 65 ราย

นพ.ปัญจพล กล่าวว่า ภัยพิบัติน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม จ.เชียงราย มีผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับผลกระทบใน 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และ อ.แม่สาย รวมประมาณ 20 ราย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ ทางโรงพยาบาลได้ประสานกับหน่วยกู้ภัย เพื่อนำผู้ป่วยออกมาจากบ้าน ประมาณ 4-5 ราย ส่วนผู้ป่วยไตที่ล้างไตที่บ้าน ก็ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ช่วยกันจัดส่งน้ำยาฟอกไตไปให้ที่บ้าน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงวิกฤตภัยพิบัติการล้างไตแบบไหนเหมาะสมที่สุด นพ.ปัญจพล กล่าวว่า สำหรับตนมองว่าผู้ป่วยไตที่ต้องใช้การฟอกเลือดได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากต้องใช้น้ำและไฟฟ้า ฉะนั้น เมื่อน้ำท่วม มีการตัดไฟ หรือเส้นทางจราจรขาดไป ผู้ป่วยก็จะไม่สามารถเดินทางไปฟอกเลือดได้ ดังนั้น วิธีที่ผู้ป่วยได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือ การล้างไตหน้าท้อง (CAPD) ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีการอบรมผู้ป่วยไต ที่ใช้การล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD) ให้สามารถล้างไตหน้าท้อง (CAPD) ได้ด้วย ทำให้ภัยพิบัติครั้งนี้ มีผู้ป่วยโรคไตได้รับผลกระทบไม่มาก

“ส่วนผู้ป่วยไตรายอื่นๆ ทางทีมพยาบาลของโรงพยาบาล ก็ได้ประสานงานกับทีมท้องถิ่น ในการติดตามดูว่าผู้ป๋วยอพยพไปอยู่ที่ไหน เช่น บ้านญาติ ศูนย์พักพิง ตอนนี้ตามได้เกือบครบ 100% แล้ว จากนั้น ก็ต้องทำการประเมินความเสี่ยงว่าผู้ป่วยไตจะมีการติดเชื้อระหว่างการอพยพหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น น้ำท่วมบ้านในระดับสูง ผู้ป่วยในศูนย์พักพิง กลุ่มนี้จะมีทีมพยาบาลดูแลใกล้ชิด โทรติดตามอาการทุกวัน” นพ.ปัญจพล กล่าวและว่า ส่วน อ.เวียงป่าเป้า ที่เกิดน้ำป่าไหลหลากในตอนนี้ ยังไม่ได้รับรายงานผู้ป่วยไตที่ได้รับผลกระทบ และต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง