‘สมศักดิ์’ นำผู้บริหาร บุคลากร สธ. วางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันมหิดล
วันนี้ (24 กันยายน 2567) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัด วางพวงมาลาถวายราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อยู่บนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข เนื่องในวันมหิดล 24 กันยายน 2567

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติเกี่ยวกับการแพทย์ ในฐานะ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ และทรงอุทิศทั้งพระราชทรัพย์ พระวรกาย พระสติกำลัง เพื่อการแพทย์และการสาธารณสุข

อีกทั้งพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อการศึกษาและค้นคว้า ก่อสร้างตึกและขยายพื้นที่โรงพยาบาลศิริราช ทรงเคยสำรวจสุขาภิบาลในกรุงเทพมหานคร และทรงช่วยอบรมสาธารณสุขมณฑล พระราชทานทุนเพื่อส่งคนไปศึกษายังต่างประเทศ ทรงงานด้านการประมงและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อโภชนาการที่ดีของคนไทย พระราชทานทุนให้กับโรงพยาบาล (รพ.) แมคคอร์มิค และพระราชทานเงินบำรุง รพ.สงขลา เป็นรายปี อันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์และการสาธารณสุขของไทยให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ โดยพระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกายทรงงานด้านการแพทย์เยี่ยงสามัญชน ที่ รพ.แมคคอร์มิค จ.เชียงใหม่ ทรงมีความเอาใจใส่รักษาขณะปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยพระทัยเมตตา เปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เป็นที่ซาบซึ้งของผู้เจ็บป่วยและชาวล้านนา เหล่าพสกนิกรจึงพร้อมใจถวายพระสมัญญานามว่า “หมอเจ้าฟ้า”

นายสมศักดิ์ กล่าวต่ว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ยังทรงมีพระอัจฉริยะภาพในด้านต่างๆ อาทิ การศึกษา การต่างประเทศ การทหารเรือ และศิลปะ โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้มีมติถวายพระเกียรติยศให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในโอกาสมหามงคลวันคล้ายวันพระราชสมภพ 100 ปี เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2535 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์สุขของผู้อื่นตลอดพระชนม์ชีพอีกด้วยเหล่าบุคลากรสาธารณสุขและปวงชนชาวไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและมุ่งมั่นเจริญรอยตามพระปณิธานที่ได้พระราชทานไว้ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”


