ปลัดฯแรงงาน ลั่น! บอร์ดค่าจ้างรอหนังสือยืนยันสถานะ ‘เมธี’ จาก ธปท. ยันไม่ได้บีบลาออก
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงกรณีที่แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า แม้ นายเมธี สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. เกษียณอายุเมื่อปี 2566 แล้ว แต่ยังสามารถเป็นกรรมการค่าจ้างในบอร์ดค่าจ้างชุดที่ 22 ในสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล ได้ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 กันยายน 2567) เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถามทาง ธปท.และทราบจาก ธปท.ว่า ไม่รับรองสถานะและการกระทำของนายเมธี แต่เมื่อวาน (23 กันยายน 2567) แหล่งข่าวจาก ธปท. ได้ออกมายืนยันว่าการส่งชื่อนายเมธีเป็นกรรมการค่าจ้างนั้น เป็นการระบุแต่เพียงชื่อบุคคล ไม่ได้แต่งตั้งตามตำแหน่งที่บุคคลนั้นดำรงอยู่ แม้เกษียณอายุแล้ว ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จนกว่าจะครบวาระ
“แต่ผมยังมองว่า เมื่อคุณเมธีเกษียณอายุจาก ธปท.แล้ว และถ้าทาง ธปท.บอกว่าไม่รับผิดชอบแล้ว คุณเมธีก็ควรที่จะลาออก ตอนนี้ก็ต้องรอหนังสือยืนยันจากทาง ธปท. แต่ถ้าทาง ธปท.ยังยืนยันรับรองการกระทำของคุณเมธี และยังให้เป็นตัวแทนในนามของ ธปท.อยู่ เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ขณะนี้คุณเมธีก็ยังเป็นบอร์ดค่าจ้างอยู่โดยตัวบุคคล เราก็สงสัยแหล่งข่าวที่บอกว่า ธปท.ไม่รับรองคุณเมธี เลยต้องรอการยืนยันจาก ธปท. แต่ว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับหนังสือยืนยัน” นายไพโรจน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าเป็นเกมบีบให้นายเมธี สุภาพงษ์ ตัวแทนจาก ธปท.ลาออก เพราะนายเมธีสนับสนุนฝ่ายนายจ้างจริงหรือไม่ นายไพโรจน์กล่าวว่า ไม่จริง ถ้าหนังสือจาก ธปท.ยืนยันว่านายเมธียังเป็นตัวแทนจาก ธปท.เหมือนเดิม เราก็จะมีการจัดประชุมบอร์ดค่าจ้างรอบใหม่
เมื่อถามว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า มีโอกาสประชุมบอร์ดค่าจ้างอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าในวันที่ 30 กันยายน ที่ปลัดกระทรวงแรงงานยังคงทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมบอร์ดค่าจ้างได้นั้น นายไพโรจน์กล่าวว่า ต้องรอดูว่า กรรมการไตรภาคีแต่ละฝ่ายมีความพร้อมประชุมหรือไม่ แต่ว่าขณะนี้ ยังไม่ได้ส่งหนังสือนัดหมายการประชุมไปให้
“แต่หากทาง ธปท.เสนอผู้แทนคนใหม่เข้ามา ก็ต้องเสนอชื่อเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) หาก ครม.รับรองรายชื่อผู้แทนคนใหม่แล้ว ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าคณะกรรมการไตรภาคีก็สามารถเรียกประชุมได้ภายใน 1 สัปดาห์” นายไพโรจน์กล่าว

