เดือนหน้า ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส โผล่อวดโฉมชาวโลก เห็นด้วยตาเปล่า พลาดรออีก 8 หมื่นปี

25.09.24 | 11:49 น.

เดือนหน้า ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส โผล่อวดโฉมชาวโลก เห็นด้วยตาเปล่า พลาดรออีก 8 หมื่นปี

วันที่ 25 กันยายน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้เปิดเผยภาพ ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส เหนือฟ้าเมืองไทย ที่ บันทึก ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ในช่วงเช้ามืด ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก

โดย สดร.ระบุว่า ดาวหาง C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) ค้นพบโดยระบบเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ในประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023

แต่ต่อมาพบว่า มีรายงานจากนักดาราศาสตร์ที่ หอดูดาวจื่อจินซาน ในประเทศจีน ได้ค้นพบดาวหางดวงนี้ก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อวันที่ 9 มกราคม ดังนั้น ชื่อของหอดูดาวทั้งสองฝั่งจึงกลายเป็นชื่อของดาวหางดวงนี้

ขณะนี้ (24 กันยายน 2567) ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพุธและดาวศุกร์ โดยจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 28 กันยายน 2567 ที่ระยะห่างประมาณ 58.6 ล้านกิโลเมตร (ประมาณระยะห่างจากดวงอาทิตย์ถึงดาวพุธ)

Advertisement

ก่อนเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2567 ที่ระยะห่าง 70.6 ล้านกิโลเมตร

ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดาวหางจะมีความสว่างปรากฏบนท้องฟ้ามากที่สุด ก่อนที่ดาวหางจะโคจรออกห่างจากโลกไปเรื่อย ๆ

โดยจะโคจรกลับมาอีกครั้งในอีก 80,660 ปีข้างหน้า

ในวันที่ 28 กันยายน 2567 ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่ดาวหางจะโคจรเฉียดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ดาวหางจะได้รับรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์จนทำให้ปลดปล่อยฝุ่นและแก๊สออกมามากยิ่งขึ้น และอาจเกิดเป็นหางที่พุ่งยาวไปในอวกาศได้ไกลหลายล้านกิโลเมตร

ทางด้านนายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า สำหรับการสังเกตการณ์ในประเทศไทย ช่วงนี้ไปจนถึงประมาณวันที่ 6 ตุลาคม 2567 ดาวหางจะปรากฏในช่วงรุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก และหลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ดาวหางจะปรากฏบนท้องฟ้าช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันตก

“คาดว่า หากไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม ที่ดาวหางเคลื่อนห่างออกมาจากดวงอาทิตย์ระยะหนึ่ง ดาวห่างจะสว่างพอดีกับที่จะทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้”นายวิมุติ กล่าว