การให้ที่ยิ่งใหญ่ ด.ญ.วัย 13 เสียชีวิต บริจาคอวัยวะ ช่วยต่อชีวิตอีก 5 ราย
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้มีเรื่องราวสุดประทับใจแห่งความมีน้ำใจของ น้องใบหม่อน ด.ญ.อัจฉราภรณ์ อวชัย อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ที่เสียชีวิตได้บริจาคอวัยวะและดวงตาช่วยเหลือผู้อื่นได้ 5 ชีวิต
โดย นางณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม, นพ.ทองพูน แตงตาด รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิ, น.ส.สุดารัตน์ ศิริประภาพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล พร้อมกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ได้ร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรและพวงหรีดจากศูนย์ดวงตาและศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย พร้อมพวงหรีดจากโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับ น้องใบหม่อน ผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความขอบคุณและแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสีย
น.ส.นราภรณ์ ศรีชัยนาท อายุ 33 ปี แม่ของน้องใบหม่อน กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวเป็นคนชอบทำบุญ ใจบุญสุนทาน เมื่อจากไปจึงบริจาคอวัยวะและดวงตาเพื่อต่อชีวิตให้กับผู้อื่นอีก 5 ราย เป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ให้กับนางฟ้าของแม่

ด้าน นพ.ทองพูน กล่าวว่า การบริจาคอวัยวะสร้างกุศลผู้ให้สร้างชีวิตใหม่ผู้รับ พระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า การบริจาคอวัยวะคือการให้ทาน เพื่อเกื้อกูลแก่ชีวิตเพื่อนมนุษย์ คือ ที่สุดแห่งการให้เป็นการบำเพ็ญบารมีขั้นสูง
นพ.ทองพูนกล่าวต่อว่า หรือที่เรียกว่า อุปบารมีทาน เพราะสิ่งที่ได้รับไม่ใช่ เพียงกุศลมหาศาลเท่านั้น หากยังหมายถึงโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ อย่างมีความสุข และอย่างมีคุณค่าของผู้อื่นอีกมากมาย
ด.ญ.อัจฉราภรณ์ อวชัย อายุ 13 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ทำให้ศีรษะกระแทกพื้นสมองตาย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า แพทย์ทำการรักษาอย่างเต็มความสามารถ ต่อมาผู้ป่วยเสียชีวิต
ครอบครัวอวชัย ตัดสินใจสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่โดยการบริจาคอวัยวะและดวงตาให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ดวงตา 2 ดวง ไป 2 ข้าง และตับที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีก 5 ชีวิต จึงสื่อว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้น้องใบหม่อนไปสวรรค์ชั้นสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจสามารถบริจาคอวัยวะร่างกายและดวงตา ได้ที่สภากาชาดไทย หรือที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศได้ทุกวันในเวลาราชการ หรือหน่วยบริการรับบริจาคโลหิต ตามสถานที่ต่างๆ ได้ตลอดเวลา


