กทม.แจงดราม่ายิบ Car Free Day บรรทัดทอง ย้ำไม่ใช้เงินหลวง ตั้งใจใช้สีทาถนนล้างออกได้ ขอน้อมรับทุกความเห็น

25.09.24 | 18:44 น.

กทม.แจงดราม่ายิบ Car Free Day บรรทัดทอง ย้ำไม่ใช้เงินหลวง ตั้งใจใช้สีทาถนนล้างออกได้ ขอน้อมรับทุกความเห็น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีการจัดงาน Car Free Day ที่ ถ.บรรทัดทอง เขตปทุมวัน ตามที่สังคมตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ ว่า เป็นการผลาญงบประมาณหรือไม่ข้อเท็จจริงคือ กิจกรรมนี้สำเร็จได้เพราะความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้ค้า ชุมชน ประชาชน ฯลฯ กทม.เป็นเพียงแกนกลางประสานในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ โดยไม่ได้ใช้งบจัดกิจกรรมแม้แต่บาทเดียว กทม.ได้รับการสนับสนุนสีจากเอกชน ไม่ใช่สีทาถนนเพราะตั้งใจให้ล้างออกง่าย เพื่อคืนสภาพถนนที่สมบูรณ์ให้ประชาชนใช้งานตามปกติ ย้ำไม่ได้ลาดยางมะตอยทับ แต่จุดใดที่ควรซ่อมแซมก็จะดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า การทาสีถนนเป็นการทดลองลดเลนถนน (Street Diet) และการเดินข้ามถนนทแยงมุม เป็นการทดลองโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม สิ่งนี้สำคัญมากต่อการดำเนินนโยบายเพื่อเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เป้าหมายของกิจกรรม โดย กทม.มีเป้าหมายระยะสั้นคือ การทดลองทำถนนคนเดิน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดระเบียบทางเท้าและร้านค้า สร้างกิจกรรมนันทนาการ เป้าหมายระยะยาวคือแผนพัฒนาย่านบรรทัดทองที่ประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ขณะนี้ กทม.กำลังวิเคราะห์แบบสอบถามจากประชาชนที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และกำลังรวบรวมบทสนทนาของผู้ค้า ชุมชน ประชาชน ฯลฯ เตรียมขยายผลสู่การพัฒนาย่านอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องการทาสี การเลือกใช้สีผิดประเภทที่อาจทำให้รถยนต์ลื่น สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม กทม.ได้ข้อมูลแนะนำจากช่างเชี่ยวชาญของบริษัทผู้สนับสนุน ขอใช้พื้นที่นี้ในการชี้แจงข้อเท็จจริง คือ จุดประสงค์ของการทาสีคือการทดลองลดเลนถนน และการเดินข้ามถนนทแยงมุมในเวลากลางวัน เมื่อกิจกรรมเสร็จทีมงานได้ล้างออกทั้งหมด สีที่ใช้จึงเป็นสีที่จะไม่อยู่คงทนตลอด และได้ขอคำปรึกษากับช่างเทคนิคของบริษัทผู้บริจาค และเลือกสีชนิดนี้ก่อนมาใช้ ด้วยเป็นสีทาอาคารไม่ใช่สีทาถนน สีดังกล่าว มีลักษณะการปกป้องพื้นผิวประเภทอาคาร มีฟิล์มที่บางกว่าสีจราจรอย่างมาก ไม่ทนต่อแรงเสียดทานในการบดอัดของล้อยานพาหนะ ที่จะเสื่อมสภาพผิวฟิล์มหลุดล่อนได้ง่าย และไม่ทนต่อความชื้นของพื้นผิวถนน ที่จะเสื่อมสภาพในเวลาอันรวดเร็ว และทางทีมงานได้ล้างออกทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา

“กรณีสีมีพิษ จากข้อมูลของบริษัทผู้บริจาค สีชนิดนี้เมื่อแห้งจะเป็นแผ่นฟิล์มและจะถูกกรองได้ ไม่ละลายลงแหล่งน้ำ และสีได้รับมาตรฐานที่ได้รับฉลากเขียวจาก สมอ. แต่อย่างไรก็ตามจะขอนำความคิดเห็นนี้ไปพัฒนาต่อ และจะระวังไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งนี้ กทม.ขอน้อมรับทุกความเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป” นายเอกวรัญญูกล่าว

Advertisement