อธิบดีอุทยานฯ เลคเชอร์ ถ้าป่าสมบูรณ์เชียงรายจะไม่แย่แบบนี้ ชี้ความคิดอันตราย ‘ถึงมีป่าก็มีน้ำป่าอยู่ดี’
กรณีที่โซเชียล มีการแชร์ภาพถ่ายบนที่สูง มีต้นไม้ปกคลุมจำนวนหนึ่ง และมีการเขียนบรรยายว่า “ต่อให้มีป่า น้ำก็มาอยู่ดี” นั้น โดยหลายคนสนับสนุน และเชื่อกับความคิดดังกล่าว แต่หลายคนตั้งคำถามว่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ไม่ต้องมีป่าไม้ก็ได้จริงๆหรือ
วันที่ 26 กันยายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ กับ มติชนออนไลน์ ในเรื่องนี้ว่า แบบนี้ ถือเป็นความคิด และเป็นการเผยแพร่ความเชื่อที่อันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก ยิ่งมีการแชร์ในโลกโซเชียล และมีคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่บางคนเชื่อ เรื่องนี้ เป็นเรื่องน่าคิดว่า เพราะอะไรทำไมถึงได้เชื่อกันแบบนั้น
“สิ่งที่คนที่พยายามปลุกปั่นเรื่องนี้ว่า ถึงมีป่า น้ำก็บ่าไหลลงมาท่วมอยู่ดี อันนี้ผมไม่เถียง แต่มีความจริงที่มากกว่านั้นคือ ถ้ามีป่า โดยเฉพาะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ น้ำป่าจะไม่ไหลลงมามากขนาดนี้ ในขณะเดียวกันก็จะไม่มีดินและโคลนไหลลงมาตามตามมากมายขนาดนี้ด้วย เพราะ รากไม้ จากไม้ป่ายืนต้นจะคอยดูดซับและชะลอการไหลของน้ำไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างที่เราเห็น”นายอรรถพล กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า จากภาพที่เห็นนั้น พื้นที่เหนือจากบริเวณนั้น เป็นเขาหัวโล้น และช่องว่างที่มองเห็นก็เป็นที่ทำกินของชาวบ้าน มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดจำนวนมาก น้ำและ ดินส่วนใหญ่มาจากพื้นที่เกษตรบนพื้นที่สูงโดยเฉพาะพื้นที่ทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยวแล้วพื้นที่เหล่านี้เดิมเป็นป่า น้ำที่ไหลบ่าออกมาจากป่าจะมีปริมาณดินน้อยกว่าน้ำที่ไหลบ่าผ่านพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวหลายเท่า ยิ่งถ้าเป็นป่าสมบูรณ์น้ำจะใส ลองไปดูที่ดอยอินทนนท์น้ำที่ไหลจากป่าต้นน้ำยอดดอยจะใส จริงที่เมื่อปริมาณน้ำป่ามากจะมีสีขุ่นดินแต่ปริมาณดินที่ปนมากับน้ำน้อยกว่าที่ไหลมาจากพื้นที่เขาหัวโล้นหรือเกษตรเชิงเดี่ยว เพราะป่าก็ยังอุ้มดินไว้ได้ต่างจากที่ดินภูเขาที่ถูกบุกรุกไม่มีป่าอุ้มดินไว้
นายอรรถพล กล่าวว่า ปริมาณตะกอนจากน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย จากตัวอย่างทั้งหมด 6 จุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.81 กรัม/ลิตร แบ่งออกแบ่งตะกอนจาก แม่น้ำแม่จัน 2.96 กรัม/ลิตร แม่น้ำแม่สาย 2.87 กรัม/ลิตร แม่น้ำแม่กก 2.97 กรัม/ลิตรคลองหลัง สบอ.15 2.99 กรัม/ลิตร

เมื่อถามว่า หากเป็น เช่นนี้ แสดงว่า ในอนาคต หากฝนตกหนักที่ โดยเฉพาะ ที่ เชียงราย และ จ.พะเยา จะทำให้น้ำลดลงช้า และสถานการณ์ในปีถัดไป ถัดไปจะเลวร้ายมากขึ้นใช่หรือไม่ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำป่าที่มาพร้อมกับดินจะหนักยิ่งๆขึ้นเพราะลำห้วยตลอดจนถึงแม่น้ำลำคลองและเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเต็มไปด้วยดิน ดังนั้นความสามารถในการรองรับน้ำลดลงเรื่อยๆในแต่ละปีแม่น้ำลำคลองตื้นเขินจุน้ำได้น้อย น้ำจะเอ่อล้นท่วมเร็วขึ้นทุกๆปี เพราะตะกอนดินสะสมมากขึ้นทุกปี ยิ่งถ้าปริมาณน้ำฝนมากยิ่งหนักขึ้นกว่าปกติอีก นี่ขนาดยังไม่เจอพายุลูกใหญ่ ทั้งหมดนี้ สาเหตุเกิดจาก 1.ป่าเริ่มลดลงและความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่มีอยู่ก็น้อยลง เพราะถูกลักลอบตัดไม้ใหญ่ออกรวมทั้งการเกิดไฟป่าซ้ำทุกๆปีทำให้ความสามารถในการอุ้มดินและน้ำลดลง 2.พื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวบนพื้นที่สูงชันหรือพื้นที่ต้นน้ำมีมากขึ้น
เมื่อถามว่า การบุกรุกพื้นที่สูง เพื่อเข้าไปปลูกพืชเชิงเดี่ยวในที่สูง พื้นที่เหล่านั้น เป็นพื้นที่ ที่กรมอุทยาน และกรมป่าไม้ต้องดูแลใช่หรือไม่ แล้ว ทำไมถึงปล่อยให้ทำเช่นนี้ได้ นายอรรถพล กล่าวว่า พื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศที่มีประชาชนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ภายในการรับรองตามมติชนคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และอยู่มาก่อนปี 2552 มีหลายหน่วยงานดูแล ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยาน ที่ราชพัสดุ และที่ทหาร ซึ่งในจำนวนเหล่านี้ กรมอุทยานฯดูแลอยู่ 4.27 ล้านไร่ ซึ่งมี 15% อยู๋บนที่สูง และ เป็นที่ป่าที่กรมป่าไม้ดูแลอยู่อีก 10 ล้านไร่

“สิ่งที่กรมอุทยานฯพยายามทำคือ ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรพยายามให้ชาวบ้านเหล่านี้ ทำวนเกษตร คือ ปลูกพืชแบบผสมผสาน เน้นการปลูกพืชยืนต้นที่สามารถยึดหน้าดินได้ ร่วมกับปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเน้นการปลูกแบบขั้นบันได เป็นหลัก แต่ยอมรับว่า เมื่อมีนายทุน ให้เมล็ดพันธุ์ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ลงทุนน้อยใช้เวลาไม่นานในการเก็บเกี่ยว เขาก็จะเลือกอย่างหลังมากกว่า สำหรับพื้นที่ ที่ชาวบ้านอาศัยตามกฏหมายที่กรมอุทยานดูแลอยู่นั้น ได้มีการขัดเส้นเอาไว้ชัดเจนห้ามรุกเพิ่ม ถ้ารุกเพิ่มเราจับทันที ซึ่ง เมื่อเข้าไปจับก็มีการประท้วงว่าเรารังแกประชาชน เราไม่อยากใช้ความรุนแรงแต่ผลของการกระทำก็ออกมาอย่างที่ทุกคนเห็นแล้ว”อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าว

