ปภ.ร่วมประชุม ศปช.ส่วนหน้า เร่งระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยฟื้นฟูพื้นที่เชียงราย เตรียมจ่ายเงินเพิ่มเติมครั้งที่ 3 วันที่ 2 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมด้วย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ส่วนหน้า ผ่านระบบ Video Conference โดยมี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดย ปภ.ได้สรุปความคืบหน้าในการดำเนินการและแนวทางการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ทีม ปภ.ยังคงทำงานในพื้นที่ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และเงินช่วยเหลือกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีได้เร่งดำเนินการเต็มที่ เตรียมจ่ายเงินเพิ่มเติมอีกเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 2 ต.ค.นี้
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า นายกฯ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับปัญหาอุทกภัยในภาคเหนือ แม้ว่าสถานการณ์น้ำบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ก็ได้สร้างความเสียหายและผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้เน้นย้ำและเร่งรัดให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานการปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งหน่วยทหาร หน่วยพลเรือน รวมถึงมูลนิธิและอาสาสมัคร เร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือ และพื้นที่ที่ประสบภัยได้รับการฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เข้าทำการขุด ตัก กำจัดดินโคลน สิ่งปรักหักพัง รวมถึงทำความสะอาดสิ่งสาธารณูปโภค ถนนหนทาง และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วย

นายไชยวัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย จ.เชียงรายนั้น ได้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (Zoning) และกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยในภาพรวมปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจากหน่วยงานและมูลนิธิต่างๆ ปฏิบัติงานในพื้นที่รวมกว่า 2,554 นาย และมีเครื่องจักรกลสาธารณภัยรวมกว่า 964 หน่วย กระจายกำลังปฏิบัติภารกิจใน 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ อ.เมืองฯ และพื้นที่ อ.แม่สาย
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจังหวัดเชียงราย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมทรัพยากรเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยขนาดใหญ่รวมกว่า 172 หน่วย แยกเป็น เครื่องสูบน้ำ 9 เครื่อง รถสูบน้ำระยะไกล 8 คัน รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย 13 คัน รถขุกตักไฮดรอลิค 12 คัน รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 24 คัน รถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 200 kVA 3 คัน รถประกอบอาหาร 1 คัน รถบรรทุกน้ำ 16 คัน รถหัวลาก 9 คัน รถบรรทุกเทท้าย 10 คัน รถบรรทุกขนาดเล็ก 15 คัน เรือชนิดต่าง ๆ กว่า 27 ลำ และเครื่องจักรกลอื่น ๆ อาทิ รถตักล้อยางอเนกประสงค์ รถขุดล้อยางกู้ภัยปรับฐานล้อ รถตีนตะขาบ รวมกว่า 23 หน่วย จากศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย ศูนย์ ปภ. เขต 10 ลำปาง ศูนย์ ปภ. เขต 8 กำแพงเพชร ศูนย์ ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ศูนย์ ปภ. เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์ ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี เร่งกำจัดดินโคลน เศษวัสดุ สิ่งปรักหักพัง ปรับสภาพและฟื้นฟูถนนหนทางและเส้นทางจราจร ตลอดจนทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยทีม ปภ. ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีสถานการณ์ภัย เรื่อยมาจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยหลังจากที่สถานการณ์คลี่คลาย ตลอดจนการดูแลด้านการดำรงชีพด้วยการผลิตและแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มสะอาดให้ผู้ประสบภัยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ภัยขึ้นจนถึงปัจจุบัน
นายไชยวัฒน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังประสานจ.เชียงราย เร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1 เป็นการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีฉุกเฉิน โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 26 ก.ย.คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย (ก.ช.ภ.จ.ชร.) ได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เวียงแก่น อ.เทิง อ.เมืองฯ และ อ.แม่สาย รวม 5,148,000 บาท ด้านการดำรงชีพในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เวียงแก่น และ อ.เทิง รวม 91,200 บาท ด้านผู้เสียชีวิตในพื้นที่ อ.แม่สาย รวม 178,200 บาท
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า และส่วนที่ 2 เป็นการให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี (5,000, 7,000 และ 9,000) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้นำส่งข้อมูลผู้ประสบภัยให้ธนาคารออมสินแล้ว จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 ก.ย.จำนวน 3,623 ครัวเรือน เป็นเงิน 18,115,000 บาท โดยธนาคารออมสินได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยสำเร็จจำนวน 2,893 ครัวเรือน เป็นเงิน14,465,000 บาท โอนเงินไม่สำเร็จ 730 ครัวเรือน ครั้งที่ 2 ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเมื่อวันที่ 27 ก.ย.จำนวน 3,036 ครัวเรือน เป็นเงิน 15,224,000 บาท โดยคาดว่าธนาคารออมสินจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ภายในวันที่ 30 ก.ย. และครั้งที่ 3 ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเมื่อวันที่ 30 ก.ย.จำนวน 668 ครัวเรือน เป็นเงิน 3,340,000 บาท ซึ่งคาดว่าธนาคารออมสินจะสามารถโอนเงินให้ผู้ประสบภัยได้ในวันที่ 2 ต.ค.

“กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะหน่วยรับงบประมาณและรับผิดชอบการดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์ โดยหากยังไม่ได้มีการผูกบัญชีกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ขอให้ติดต่อธนาคารเพื่อทำการผูกบัญชีพร้อมเพย์ทันที นอกจากนั้น ขอฝากให้ประชาชนที่ยื่นคำร้องฯ ผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเอง และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำการกรอกข้อมูลลงระบบยื่นคำร้องฯ ให้ ตรวจสอบความถูกต้องของเลขบัตรประจำตัวประชาชนก่อนกดยืนยันและส่งต่อข้อมูล ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด” นายไชยวัฒน์กล่าว
ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวการให้ความช่วยเหลือ การปฏิบัติภารกิจ การรายงานสถานการณ์ รวมถึงข่าวสารสาธารณภัยได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews สามารถติดตามการประกาศแจ้งเตือนภัยได้ทางแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” ทั้งระบบ IOS และ Android และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

