อัพเดตอาการป่วยนักเรียน เหยื่อบัสไฟไหม้ 2 รายอาการหนัก ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ขณะที่ รพ.เด็กเผยอาการ ด.ญ.14 ปี เหยื่อบัสนักเรียน โดยรวมคงที่ มีความเครียด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ออกแถลงการณ์ เรื่อง อาการบาดเจ็บของเด็กนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้ กรณีส่งตัวมารักษาต่อ จำนวน 2 ราย (ฉบับที่ 2)
สรุปอาการบาดเจ็บ วันที่ 3 ตุลาคม 2567 วันที่ 2 ของการรักษาจากเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษา โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 12.30 น. ตามที่เป็นข่าวนั้น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้รับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแพทย์รังสิต จ.ปทุมธานี จำนวน 2 ราย โดยวันนี้เป็นการรักษาพยาบาลเป็นวันที่ 2 ซึ่งแพทย์ได้ประเมินอาการและให้การรักษาดังนี้
รายที่ 1 เด็กหญิงอายุ 7 ปี แพทย์ประเมินแล้วว่า สัญญาณชีพปกติ แต่ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ มีรอยไฟไหม้บริเวณใบหน้า เส้นผม และในช่องปากมีรอยไหม้มากพูดสมควรใบหน้าบวมช้ำเท่าเดิม มีความดันโลหิตตกในช่วงเย็นของวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ซึ่งรักษาด้วยการให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำ และได้รับยากระตุ้นความดัน มีการทำงานของไตผิดปกติเล็กน้อยทำให้มีการปัสสาวะออกมามาก และเกลือแร่ผิดปกติ
ซึ่งวันนี้ทางทีมแพทย์ได้มีการวางแผนให้อาหารทางการแพทย์ผ่านสายให้อาหารทางจมูก และใช้อุปกรณ์ป้องกันสวนสวมใส่บริเวณขาเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน แผลดีขึ้น ปาก หน้า และใบหูบวมเท่าเดิม โดยวันนี้จะทำความสะอาดแผลด้วยการป้ายยาต้านจุลชีพ และปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อเริ่มดำเนินการฟื้นฟูการทำงานของมือทั้ง 2 ข้าง และป้องกันแผลเป็นดึงรั้ง ในส่วนของแผลเปลือกตาและเยื่อตายังคงบวม โดยเยื่อหุ้มรกยังคงอยู่ที่ผิวกระจกตาในตำแหน่งที่เหมาะสม แผนการรักษามีการเพิ่มยาผสมหยอดตา insulin eye drop เพื่อช่วยกระตุ้นผิวเยื่อตาให้สมานได้ดีขึ้น
รายที่ 2 เด็กหญิงอายุ 9 ปี แพทย์ประเมินแล้วว่า สัญญาณชีพปกติ ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ร่างกายถูกไฟไหม้บริเวณใบหน้า คอ แขน และมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สอง ทั้งหมดประมาณ 30% มีการให้ยาแก้ปวดและยานอนหลับอย่างต่อเนื่อง มีการให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทนเข้าทางหลอดเลือดดำ ใช้อุปกรณ์ป้องกันสวมใส่บริเวณขาเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน ซึ่งวันนี้ทางทีมแพทย์ได้มีการวางแผนให้อาหารทางการแพทย์ผ่านสายให้อาหารทางจมูก ในส่วนของแผลเปลือกตาและเยื่อตาลดบวมเล็กน้อย โดยเยื่อหุ้มรกยังคงอยู่ที่ผิวกระจกตาในตำแหน่งที่เหมาะสม แผนการรักษามีการเพิ่มยาผสมหยอดตา insulin eye drop เพื่อช่วยกระตุ้นผิวเยื่อตาให้สมานได้ดีขึ้น แขนทั้ง 2 ข้างบวม เนื่องจากมีความดันเนื้อเยื่อสูงทำให้เกิดภาวะการบีบรัดเส้นเลือด จึงได้ทำการผ่าตัดเพื่อลดความดับบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง พร้อมทั้งทำการผ่าตัดบริเวณดวงตา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
หลังการผ่าตัดปลอดภัยดี ปัจจุบันเริ่มลดการให้สารนำทดแทนลง การหายใจดี สัมพันธ์กับเครื่องช่วยหายใจ พักหลับได้ ปวดลดลง และยังคงต้องให้ยาแก้ปวดตลอดเวลา บริเวณใบหน้าเริ่มยุบบวมลดบ่งบอกถึงอาการอักเสบจากความร้อนลดลง บาดแผลบริเวณอื่นคงเดิม การอักเสบลดลงจึงถือเป็นสัญญาณที่ดี

ขณะที่เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 3 ตุลาคม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาล (รพ.) เด็ก ออกแถลงการณ์ เรื่อง ผู้ป่วยเด็กหญิง 14 ปี เกิดเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารทัศนศึกษา ทั้งนี้ ข้อความระบุว่า สืบเนื่องจากผู้ป่วยเด็กหญิงไทย อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บการเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาของเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเพลิงไหม้บนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และเข้ารับการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ นั้น
จากการตรวจรักษาประเมิน โดยรวมอาการทั่วไปคงที่ ไม่มีไข้ ผลประเมินทางเดินหายใจ จากการส่องกล้อง อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนบาดแผลไฟไหม้บริเวณแขนทั้งสองข้างคงที่ ไม่พบการติดเชื้อ จากผลการประเมินทางด้านจิตเวช ประเมินด้านจิตใจ ทั้งผู้ป่วยและญาติ พบมีความเครียด ทั้งนี้ ได้ทำการวางแผนการรักษา และติดตามอาการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
ขอขอบพระคุณทุกท่านในความห่วงใยสุขภาพอาการของเด็ก ทางทีมแพทย์และพยาบาลของสถาบันสุขภาพเด็กฯ จะให้การดูแลรักษาเด็กต่อเนื่องต่อไป


