ชัชชาติ หวังอีก 5 ปี หาบเร่แผงลอยหายหมดจากทางเท้า ย้ายผู้ค้าเข้าพื้นที่เฉพาะ

3.10.24 | 18:09 น.

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของ กทม. ครั้งที่ 10/2667 เรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ตามประกาศที่ออกใหม่ว่า กทม.มีระเบียบหาบเร่แผงลอยใหม่ซึ่งมีคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญการจากหลายภาคส่วนมาช่วยกัน ทั้ง TDRI ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับหาบเร่แผงลอยคือการเอาที่สาธารณะมาทำมาหากิน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมานานจนกลายเป็นวิถีชีวิตส่วนหนึ่ง ภาพหลักในอนาคตเชื่อว่าหาบเร่แผงลอยต้องน้อยลง

“สุดท้ายควรจะเข้าไปอยู่ในที่ที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ซึ่งกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้อยู่ได้อย่างมั่นคง หาบเร่แผงลอยต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องมาวิ่งหนีเทศกิจและกีดขวางทางเดินทาง จึงต้องมีการจัดระเบียบให้เรียบร้อยและอยู่เป็นที่ทางไม่มีขายในที่สาธารณะ โดยมีโมเดลเหมือนที่สิงคโปร์ที่มี Hawker Center อยู่ทั่วเมือง เป็นแนวคิดสุดท้ายปลายทาง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า จนถึงตรงนั้นอาจจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ต้องมีการเปลี่ยนถ่าย เพราะ กทม.ไม่สามารถจัดหาที่ทั้งหมดได้ และเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ดังนั้นรูปแบบจึงออกประกาศในการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยมา เช่น การกำหนดพื้นที่ค้า หลักการคือไม่มีนโยบายเพิ่มพื้นที่ค้า แต่จะทบทวนจุดผ่อนผันที่เคยมีอยู่เดิม ว่าตรงตามระเบียบใหม่หรือไม่ มีความเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเกิดไม่เหมาะสมก็ยกเลิก แต่ถ้าจุดไหนเหมาะสม ก็จะให้คณะกรรมการพิจารณา

Advertisement

“แล้วก็จะมีการคัดเลือกผู้ทำการค้าโดยจะให้มีการลงทะเบียน 15 วัน ซึ่งตามหลักไม่อยากให้มีผู้ค้าใหม่เข้ามาทำการค้าบนทางสาธารณะ ดังนั้นจะให้สิทธิ์ผู้ค้าเดิมก่อน ซึ่งเรามีรายชื่ออยู่แล้วว่าผู้ค้าเดิมคือใคร ทั้งนี้หากผู้ค้าเดิมมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ผู้ค้าใหม่จึงจะสามารถเข้ามาได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า มีการกำหนดระยะเวลาในการทำการค้า และทบทวนไม่ใช่สิทธิ์ตลอดชีวิต โดยการพิจารณาอนุญาตให้ทำการค้าขาย บริเวณที่มีถนน 3 เลนขึ้นไป จะทบทวนทุก 2 ปี ส่วนถนนที่ต่ำกว่านี้ทบทวนทุก 1 ปี เพราะหวังว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งหาบเร่แผงลอยจะออกจากทางเท้า ไปสู่พื้นที่ที่จัดไว้ให้หรือพื้นที่เอกชน อีกทั้งการให้สิทธิเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่สามารถเอาไปเซ้งต่อหรือเอาไปเช่าช่วงได้ ผู้ประกอบการต้องมีการยืนยันตัวตน

ส่วนพื้นที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้านั้นไม่ได้อนุญาตให้ทำการค้าอยู่แล้ว ดังนั้นหากเห็นแสดงว่าผิดกฎหมาย อย่างจุดใต้สถานีเอสยามนั้น กทม.ก็มีการประสานกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดระเบียบ ทั้งนี้ จะมีระเบียบที่กำหนดพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอยู่แล้วว่าต้องห่างจากสถานี ทางออก หรือบันไดทางขึ้น-ลง เป็นระยะทางเท่าใดเพื่อให้กีดขวางทางเดิน

“ในภาพรวมเชื่อว่าน่าจะเป็นมาตรการที่ทำให้คุณภาพร้านค้าดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น อนาคตบ้านเมืองจะเป็นระเบียบมากขึ้น 2 ปีที่ผ่านมาลดจำนวนหาบเร่-แผงลอยไปประมาณ 10,000 กว่าราย และพยายามทำ Hawker Center เพิ่มขึ้น เพื่อให้คนเข้าไปขายและไม่กีดขวางทางเดิน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับการเรื่องคุณสมบัติ ที่ผู้ค้าต้องมีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาท และเป็นผู้ยื่นภาษีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องของ การฝึกวินัยในการยื่นภาษี เพราะเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะต้องยื่น แต่ไม่ใช่การจ่ายภาษีเพราะหากเงินรายได้ไม่ถึง ก็ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่การยื่นภาษีถือเป็นการฝึกวินัยในการจัดการด้านรายได้ของแต่ละบุคคล อีกทั้งปัจจุบันการยื่นภาษีก็สามารถทำได้ง่าย

นายชัชชาติกล่าวในช่วงท้ายว่า จากนี้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 67 จะทำการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ และพิจารณาจุดผ่อนผันเดิม วันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 68 คณะกรรมการพิจารณาคัดกรองจุดผ่อนผันและผู้ค้า 3 ระดับ คือ ระดับเขต ระดับสำนัก และระดับผู้ตรวจ และ มิ.ย. 68 เป็นต้นไป จะประกาศผลการพิจารณารายจุด ยกเลิกจุดผ่อนผัน หรือประกาศจุดผ่อนผันต่อไป ทั้งนี้จะเห็นว่ายังมีอีกหลายขั้นตอนแต่ปัจจุบันยังคงต้องจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยอย่างต่อเนื่อง