กทม.-MEA ลงนาม ยกมาตรฐานเข้มก่อสร้างสายไฟใต้ดิน ลดกระทบทางสัญจร

8.10.24 | 15:01 น.

กทม.-MEA ลงนาม ยกมาตรฐานเข้มก่อสร้างสายไฟใต้ดิน ลดกระทบทางสัญจร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่ห้อง Auditorium อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ เขตคลองเตย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ระหว่าง MEA กับ กทม. โดยมี นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา นายฐิติวุฒิ เงินคล้าย รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง คณะผู้บริหาร กทม. ผู้บริหาร MEA ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นายชัชชาติกล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของ MEA ในครั้งนี้ จะเน้นการประสานงานเพื่อบริหารจัดการโครงการร่วมกัน และร่วมกันตรวจสอบเชิงป้องกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจาการดำเนินโครงการให้น้อยที่สุด ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้จะส่งผลให้เป้าหมายของทั้งสองหน่วยงานสามารถบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ตามเป้าหมายเดียวกันคือ การเป็นเมืองมหานครแห่งอาเซียน เป็นเมืองที่มีความพร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม และมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน อันจะส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนต่อไป

“โครงการนำสายฟ้าลงใต้ดิน ล้วนส่งผลกระทบกับพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากการดำเนินการต้องมีการเปิดฝาท่อพื้นผิวจราจร ต้องมีการปิดการจราจรบางส่วน รวมถึงทางเท้าก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากต้องมีการขุดเพื่อวางสายไฟฟ้า อาทิ ถนนพระรามที่ 3 ถนนพระรามที่ 4  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้น MOU  ในครั้งนี้จึงส่งผลดีในภาพรวม เพื่อวางแผนการทำงานในระยะยาว และกำหนดมาตรฐานร่วมกันในทุกโครงการ รวมถึงการกำกับดูแลผู้รับเหมาการก่อสร้าง โดยการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้รับทราบปัญหาจากการก่อสร้างในแต่ละจุดได้ ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วและส่งผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

ด้าน นายวิลาศกล่าวว่า ในฐานะที่ MEA และ กทม. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจเมืองมหานคร โดยที่ผ่านมา MEA ได้ดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า สร้างความปลอดภัย และปรับทัศนียภาพตอบสนองความต้องการด้านพลังงานให้กับประชาชน การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายการก่อสร้างโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินระยะทาง 313.5 กิโลเมตร ภายในปี 2572 และยังช่วยยกระดับการบูรณาการในมิติต่าง ๆ เช่น การประสานแผนปรับปรุงทางเท้า และระบบไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับปรุงขั้นตอนแก้ไขข้อร้องเรียนจากระบบ Traffy Fondue พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อติดตาม ควบคุม พิจารณา และเร่งรัดการอนุญาตก่อสร้าง ตลอดจนการตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อยกระดับการตรวจสอบเชิงป้องกันในระหว่างการก่อสร้างของโครงการฯ

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินในปัจจุบัน สามารถดำเนินการแล้วเสร็จเป็นระยะทาง 73.4 กิโลเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 240.1 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 3 สถานะ คือ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 176.7 กิโลเมตร อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้าง 41.1 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างออกแบบ 22.3 กิโลเมตร