‘ศปช.’ เตือน ใต้ตอนบน 9-11 เฝ้าระวังน้ำป่า-น้ำหลาก-ดินถล่ม สั่ง ทุกหน่วยเตรียมอุปกรณ์ รับมือหลังฝนหนัก เผย ฟื้นบ้านเรือนอ.แม่สาย คืบกว่า 400 หลัง
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 9 ตุลาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) กล่าวถึงปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ว่า มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เนื่องจากปริมาณฝน ภาคเหนือและภาคกลางเริ่มลดลง และจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนวันที่ 13-24 ต.ค.นี้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 แน่นอน
นายจิรายุกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน ในช่วง 1-2 วันที่จะมีฝนหนัก ขอให้ประชาชน รับฟังรายงาน ศปช.และหน่วยงานราชการอื่นอย่างใกล้ชิด รับฟังการแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำป่า ดินถล่ม ระหว่างวันที่ 9-11 ต.ค.67
ในพื้นที่ สวนผึ้ง บ้านคา จ.ราชบุรี, หนองหญ้าปล้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, อ.หัวหิน ปราณบุรี กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์, เบตง ธารโต ยะหา จ.ยะลา โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หากมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำสะสมเกิน 200 มม. มีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์น้ำหลากได้ โดยกรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่เสี่ยงและเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 9-11 ต.ค.นี้ และเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ 552 เครื่อง ที่สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที และเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ เครื่องผลักดันน้ำ 227 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 44 คัน และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่น 277 หน่วย จอกจากนี้ในจ.ยะลา ที่ดินถล่ม 5 จุด บริเวณเส้นทางเข้าสวนดอกไม้เมืองหนาว บ้านปิยะมิตร หมู่ที่ 2 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง ส่งผล ได้นำเครื่องจักรกลเข้าเปิดเส้นทางได้ทุกจุด รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้

นายจิรายุกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการฟื้นฟูเส้นทางสัญจรที่เสียหาย 10 เส้นทาง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตาก น่าน หนองคาย สุโขทัย, สถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 2 แห่งที่ 3 และรถไฟในเส้นทางสายเหนือกรุงเทพ-เชียงใหม่ หลายจุดเปิดให้บริการแล้ว ส่วนพื้นที่น้ำท่วมขัง ได้ติดป้ายเเจ้งเตือนเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ขณะที่การฟื้นฟูบ้านเรือนพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีความคืบหน้าโดยภาพรวมฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน 478 หลัง จาก 753 หลัง คาดเสร็จสิ้นก่อนปลายเดือน ต.ค.นี้

