ก.แรงงาน-อีอีซี รับลูก ‘พิพัฒน์’ ลดอุบัติเหตุในที่ทำงาน แรงงานกว่า 2.6 ล้านคน ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานและสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพัฒนา สภาพแวดล้อมการทำงานอย่างเป็นระบบ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมี นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. ลงนามบันทึกข้อตกลง กับ ดร. ธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี และมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว บางพลัด กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวได้จัดมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการในกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2567 และโครงการพัฒนาสถานประกอบกิจการตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยฯประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีสถานประกอบกิจการที่ได้รับโล่ประกาศ 101 แห่ง และได้รับใบประกาศเกียรติคุณ 38 แห่ง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 คือ “หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นทักษะทันสมัย คนไทยมีงานทำสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เศรษฐกิจ แรงงานไทยมั่นคง”

“ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทํางาน และขอแสดงความยินดีที่ได้ร่วมประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทํางานให้เป็นศูนย์กระทรวงแรงงานมุ่งสร้างเกาะป้องกันและดูแลความปลอดภัย ซึ่งเชื่อว่าสถานประกอบการแต่ละแห่งจะมีการเตรียมความพร้อมหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้ใช้แรงงานเรียบร้อยแล้ว แต่ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเสริมให้ สสปท. เข้าไปวิเคราะห์และพิจารณามาตราการนอกเหนือจากที่สถานประกอบการมีเพื่ออุดช่องโหว่ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเป็นการป้องกัน เราต้องสร้างเกราะป้องกันและยกคุณภาพชีวิตของพนักงานในพื้นที่อีอีซีกว่า 2.6 ล้านคน และลดการเกิดอุบัติเหตุให้เกิดน้อยที่สุดหรือกลายเป็นศูนย์ โดยไทยถือเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน มีการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเลที่อีอีซีมุ่งเน้น หากเราเตรียมความพร้อมแล้วจะสามารถดึงนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนได้” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายนันทชัย กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพการทำงานของผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย สสปท.จะเข้าไปทำการวิจัยและวิเคราะห์แนวทางการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ซึ่งวันนี้มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์โครงการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ปี 2024 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 1,797 แห่ง ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์ จำนวน 1,722 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ดร. ธัชพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้จัดหางานและพัฒนาทักษะให้กับแรงงานในพื้นที่อีอีซี ซึ่งมีสถานประกอบการทั้งหมดราว 12,000 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคบริการ ที่ยังมีความต้องการแรงงานอยู่ต่อเนื่อง
“ความต้องการแรงงานในพื้นที่อีอีซีมีมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีแรงงานเพิ่มอีกราว 1 ล้านคน ต้องขอขอบคุณกระทรวงแรงงานที่สนับสนุนความร่วมมือ นอกจากนั้นแล้ว เรายังมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การยกระดับเศรษฐกิจประเทศ ควบคู่กับยกระดับคุณภาพผู้ใช้แรงงานหรือประชาชนในพื้นที่อีอีซีด้วย” นายธัชพล กล่าว

