สธ.จัดกิจกรรมรณรงค์ ‘ล้างมือ’ ยึด 7 ขั้นตอน ลดเสี่ยงติดเชื้อโรค
วันนี้ (11 ตุลาคม 2567) นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันล้างมือโลก (Global Hand Washing Day) ประจำปี 2567 “มือสะอาดสำคัญอย่างไร Why are clean hands still important?” ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี โดยมี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ผู้บริหาร สธ. ผู้บริหารจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหารตลาดเสรีมาร์เก็ต เดอะไนน์ พระราม 9 และประชาชนเข้าร่วมงาน ณ ตลาดเสรีมาร์เก็ต เดอะไนน์ พระราม 9 เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ยูเอ็นได้กำหนดให้วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันล้างมือโลก เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชากรทั่วโลก ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและเสียค่าใช้จ่ายน้อยในการป้องกันโรคติดต่อ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เป็นวิธีที่ง่ายในการให้ประชาชนปฏิบัติให้เป็นพฤติกรรมสุขภาพและเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกันและหยุดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น สธ.จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์การล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัย เพราะประชาชนส่วนใหญ่นั้นยังล้างมือไม่ถูกต้อง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากการปฏิบัติกิจวัตรในแต่ละวัน

“มือเป็นตัวการสำคัญที่นำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพราะเมื่อมือสัมผัสกับเชื้อที่อยู่ในข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และใช้มือนั้นสัมผัสอาหาร ปาก ตา ก็สามารถนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ โดยเชื้อเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของ
โรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่น โรคท้องร่วง โรคมือเท้าปาก โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น” นายเดชอิศม์ กล่าวและว่า สธ.เชิญชวน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ประสานพลังความร่วมมือ
ร่วมรณรงค์การล้างมือที่ถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอน ซึ่งการล้างมือเป็นมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ เสียค่าใช้จ่ายน้อย และสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ดี ประชาชนทุกกลุ่มวัยจึงควรมีสุขอนามัยที่ดี โดยภาครัฐ และภาคเอกชน ต้องร่วมกันสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดจุดบริการล้างมือในพื้นที่สาธารณะ เพื่อเป็นการรณรงค์และกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชากรทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธีเป็นประจำตลอดจนเกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคที่สำคัญได้อีกทางหนึ่ง

ด้าน พญ.อัมพร กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือทั่วประเทศของกรมอนามัย ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2566 จำนวน 12,963 ราย พบว่าช่วงอายุ 25 – 54 ปี ล้างมือมากที่สุด หรือร้อยละ 61.91 ประชาชนมีการล้างมือทุกครั้งมากที่สุด หลังสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น น้ำมูก น้ำลาย ขยะ หรือร้อยละ 96.10 รองลงมาคือ หลังจากออกจากห้องส้วม หรือร้อยละ 95.71 ถัดมาคือ ก่อนเตรียม ปรุง ประกอบอาหาร หรือร้อยละ 89.93 โดยส่วนใหญ่มีการล้างมือด้วยน้ำและสบู่มากที่สุด หรือร้อยละ 91.04 รองลงมาคือ ใช้แอลกอฮอล์เจล หรือร้อยละ 45.97 และทราบวิธีการล้างมือที่ถูกต้องว่ามี 7 ขั้นตอน ถึงร้อยละ 80.73 รวมถึงช่องทางการรับทราบวิธีการล้างมือที่ถูกต้องมากที่สุดคือ โปสเตอร์ ร้อยละ 58.11 รองลงมาคือ โทรทัศน์ ร้อยละ 51.44 และเฟซบุ๊ก ร้อยละ 48.12 และได้ทราบวิธีการล้างมือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การประชุม อบรม ประชาสัมพันธ์ เสียงตามสาย เป็นต้น

“กรมอนามัยขอให้ประชาชนตระหนักถึงการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง ยึดหลักล้างมือ 7 ขั้นตอน
2 ก่อน 5 หลัง ล้างมือ 2 ก่อน คือ ล้างมือก่อนทำอาหารและรับประทานอาหาร ล้างมือ 5 หลัง คือ หลังเข้าห้องส้วม หยิบจับ สิ่งสกปรก เยี่ยมผู้ป่วย สัมผัสหรือเล่นกับสัตว์ และหลังกลับมาจากนอกบ้าน โดยการล้างมือที่ถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ 7 ขั้นตอน ทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง และมุ่งเน้นให้มีการรณรงค์ล้างมือในที่สาธารณะ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน วัด หน่วยงานราชการ ศูนย์การค้า ศูนย์อาหารตลาดสด ฯลฯ เพื่อกระตุ้น ส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชน หันมาสนใจการล้างมือควรล้างให้ถูกวิธีและกระทำบ่อยๆ ให้เป็นนิสัย เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี” พญ.อัมพร กล่าว

