แพทย์เผย วิเคราะห์ ผลึกน้ำตา รู้อารมณ์คนร้อง ชี้คนฝึกฝนบ่อยร้องไห้ง่าย ไม่ใช่เรื่องแปลก
กรณีรายการโทรทัศน์ รายการดัง ได้เชิญแขกรับเชิญมาพูดคุยในรายการ เพื่อหาความกระจ่าง ในประเด็นธุรกิจการขายตรง ของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป โดย ผู้ร่วมรายการคนหนึ่ง ตอบคำถามไป ร้องไห้ไป หรือแม้กระทั่ง มีนักแสดงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่หลั่งน้ำตาขณะที่ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว โดยการแสดงกิริยาดังกล่าวนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า เป็นการแสแสร้งร้องไห้ หรือน้ำตาที่ออกมานั้น ไม่ได้ออกมาเพราะความเสียใจจริงๆนั้น
วันที่ 16 ตุลาคม น.พ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผย กับ มติชนออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ทางทฤษฎี น้ำตาที่หลั่งออกมาจากความรู้สึกแตกต่าง รูปแบบของโมเลกุลจะแตกต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติที่จะมาตรวจพิสูจน์ความน่าเชื่อถือหรือความถูกต้องอาจจะใช้ไม่ได้
น.พ.รุ่งเรือง กล่าวว่า น้ำตาสามารถสร้างผลึกได้ ซึ่งในทางทฤษฎีอาจนำมาใช้ตรวจสอบความแตกต่างของน้ำตาจากอารมณ์และน้ำตาจากการระคายเคือง โดยการศึกษาผลึกของน้ำตานี้เคยถูกนำไปใช้ในงานวิจัยที่เรียกว่า “Tear Crystal Analysis” หรือการวิเคราะห์ผลึกน้ำตา โดย การเกิดผลึกน้ำตา น้ำตาประกอบด้วยน้ำ แร่ธาตุ โปรตีน และสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งเมื่อน้ำตาแห้งลง องค์ประกอบเหล่านี้สามารถตกผลึกได้ ผลึกน้ำตาเหล่านี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบที่อยู่ในน้ำตา เช่น โปรตีน ฮอร์โมน และแร่ธาตุในน้ำตา

“ความแตกต่างในผลึกน้ำตา การศึกษาบางชิ้นพบว่าผลึกน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ เช่น ความเศร้า ความดีใจ หรือความโกรธ อาจมีรูปแบบผลึกที่แตกต่างจากน้ำตาที่เกิดจากการระคายเคือง เช่น การร้องไห้เพราะหัวหอมหรือฝุ่นละออง ตัวอย่างเช่น น้ำตาจากอารมณ์ ผลึกอาจมีรูปแบบที่ซับซ้อนหรือแตกต่างในองค์ประกอบ เพราะน้ำตาจากอารมณ์ มักมีโปรตีนและสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเครียดมากขึ้น น้ำตาจากการระคายเคือง ผลึกอาจมีรูปแบบที่เรียบง่ายกว่า เนื่องจากน้ำตาจากการระคายเคืองมีหน้าที่หลักในการชำระล้างสิ่งแปลกปลอมออกจากตา”อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าว
น.พ.รุ่งเรือง กล่าวว่า การตรวจสอบผลึกน้ำตาทำได้โดยการเก็บน้ำตาและทำให้แห้งบนสไลด์แก้ว จากนั้นใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจดูรูปแบบผลึก ซึ่งกระบวนการนี้ใช้ในการศึกษาและวิจัยทางด้านจิตวิทยาและชีวเคมี อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังไม่ถูกพัฒนาให้เป็นวิธีการตรวจสอบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคและการตีความผลลัพธ์ สรุปคือ แม้ว่าการตรวจสอบผลึกน้ำตาจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการศึกษาความแตกต่างระหว่างน้ำตาจากความเศร้าและการเสแสร้ง แต่การใช้ผลึกน้ำตายังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย ยังไม่สามารถใช้เป็นวิธีการยืนยันได้อย่างชัดเจนในทุกกรณี
“คนเราสามารถร้องไห้ได้ และเสแสร้งร้องไห้ได้ หรือ ที่เราเรียกว่า การบิ๊วอารมณ์ โดยเฉพาะ คนที่ผ่านการฝึกฝน การร้องไห้ออกมา หรือแม้กระทั่งการหัวเราะนั้นทำได้ และถ้าทำบ่อยๆฝึกทำประจำเช่น ดารานักแสดงนั้นการร้องไห้บีบน้ำตา ไม่ใช่เรื่องยากเลย”อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าว

