สธ.จัดทีมซ่อมบำรุงเร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล พร้อมสำรวจความเสียหายในพื้นที่น้ำลด 

16.10.24 | 17:17 น.

สธ.จัดทีมซ่อมบำรุงเร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล พร้อมสำรวจความเสียหายในพื้นที่น้ำลด 

วันนี้ (16 ตุลาคม 2567) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย ผู้อำนวยการ
กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจาก นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 26/2567 ว่า ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ใน 12 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก อ่างทอง สุพรรณบุรี และกาฬสินธุ์ ภาพรวมมีผู้เสียชีวิตสะสมคงเดิม 75 ราย บาดเจ็บสะสม 2,421 ราย

มีสถานบริการสาธารณสุขต้องปิดบริการเพียงแห่งเดียว คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล    (รพ.สต.) บ้านวังลูกช้าง จ.พิจิตร ได้จัดทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้บริการประชาชนสะสม 239,917 ราย ดูแลกลุ่มเปราะบางสะสม 33,906 ราย และประเมินสุขภาพจิตสะสม 57,523 ราย ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้ย้ำให้เร่งสื่อสารและช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลดทั้งการฟื้นฟูบ้านเรือน สถานที่สาธารณะต่างๆ การดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม การป้องกันฝุ่นละอองจากปัญหาโคลนแห้ง รวมถึงการประเมินและติดตามด้านสุขภาพจิต

Advertisement

นพ.สฤษดิ์เดช กล่าวถึงการฟื้นฟูสถานบริการสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบ ว่า กองวิศวกรรมการแพทย์ และกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้จัดทีมซ่อมบำรุง (MSERT) ให้ความช่วยเหลือ 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะสั้น 1-7 วัน กู้ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบสื่อสารหลัก 2.ระยะกลาง ภายใน 30 วัน กู้รายหน่วยงาน เช่น ผู้ป่วยนอก ฉุกเฉิน ไอซียู ทันตกรรม ห้องยา เป็นต้น และ 3.ระยะยาว 20 ปี จะร่วมสำรวจออกแบบแนวทางวางผังเครื่องมือแพทย์และโครงสร้าง เพื่อป้องกันในระยะยาวหลังจากฟื้นฟูแล้วเสร็จ 30 วัน ซึ่งเบื้องต้นได้เข้าฟื้นฟูแล้วที่ จ.น่าน 4 แห่ง คือ โรงพยาบาล (รพ.) น่าน รพ.เชียงกลาง รพ.เฉลิมพระเกียรติ และสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) เมือง และ จ.แพร่ 1 แห่ง คือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) แพร่ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 60.3 ล้านบาท โดยเป็นระบบกำแพงกั้นน้ำ 38.5 ล้านบาท รองลงมาคือ เครื่องมือแพทย์ 17.9 ล้านบาท ได้ให้สถานบริการที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เร่งรายงานความเสียหายมายังส่วนกลางในภาพรวมเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

“สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2567 ใน 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎรร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมขังใน 8 จังหวัดเสี่ยงสูงสุด คือ พระนครศรีอยุธยา อ.บางบาล, นครปฐม อ.บางเลน อ.นครชัยศรี, สุราษฎร์ธานี อ.พระแสง, พิษณุโลก อ.บางระกำ, พิจิตร อ.เมือง อ.สามง่าม, สุพรรณบุรี อ.เมือง อ.สองพี่น้อง, นครพนม อ.นาทม อ.ธาตุพนม และนครศรีธรรมราช อ.ชะอวด โดยขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ป้องกันสถานพยาบาล เตรียมทีมบุคลากร ยา และเวชภัณฑ์ช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง” นพ.สฤษดิ์เดช กล่าว