อนุกก.เฉพาะกิจ นัดถกใหม่ปมค่ารักษาผู้ป่วยประกันสังคม 29 ต.ค. นี้ ยันต้องจบก่อนเซ็นสัญญารพ.ปี 68

17.10.24 | 17:14 น.

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ นัดถกใหม่ปมค่ารักษาผู้ป่วยประกันสังคม 29 ต.ค. นี้ ยันต้องจบก่อนเซ็นสัญญารพ.ปี 68

วันนี้ (17 ตุลาคม 2567)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) คณะอนุกรรมการทบทวนหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม (เฉพาะกิจ) จำนวน 29 คน มีการประชุมนัดแรกโดยมี นายสุรเดช วลีอิทธิกุล อดีตเลขาธิการสปส.เป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุปและทบทวนหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม จากกรณีที่มีโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนที่เป็นคู่สัญญากับประกันสังคมมีการลงชื่อแล้ว 70 แห่ง เตรียมที่จะถอนตัวออกจากระบบประกันสังคม หากไม่มีการปรับอัตราค่าบริการ เนื่องจากบางส่วนไม่มีการปรับเพิ่มมา 5 ปี และบางรายการเงินลดในช่วงปลายปี

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ อดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการเสนอข้อมูลทั่วไปและสะท้อนต้นทุนของหน่วยบริการสังกัดต่างๆ  ซึ่งในส่วนของกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม หรือดีอาร์จี มากกว่า 2 พบว่า ปี 2567 มีอัตราการใช้บริการมากขึ้นกว่าปี 2566  ส่วนปี 2563-2564 อยู่ที่ร้อยละ 5 กว่า ปี 2565 อยู่ที่ ร้อย 5.64 และปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 6.45 เพิ่มขึ้นมาเกือบร้อยละ 1 จึงทำให้เงินต่อหน่วยลดลงในช่วงปลายปี สำหรับต้นทุนในกลุ่มโรคนี้ที่มีการสะท้อนจากหน่วยบริการสังกัดต่างๆ  คือ รพ.ของรัฐต้นทุนอยู่ที่ 13,800 บาท ต่อ Adjusted RW ส่วนรพ.ของโรงเรียนแพทย์ อยู่ที่ราว 30,000 บาท ต่อAdjusted RW ขณะที่ รพ.เอกชน แต่ละเครือข่ายจะไม่เหมือนกัน โดยอัตราจ่ายให้ 15,000 บาท ยังขาดทุนบางรายการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรง เคยออกมาระบุว่าจะให้ค่ารักษาที่อัตรา 12,000 บาท ต่อ Adjusted RW การันตีได้อัตรานี้ตลอดปี นพ.เฉลิม กล่าวว่า ประกันสังคมรับรู้แล้วสิ่งที่จ่ายจะเป็นเช่นนี้ไม่ได้ พยายามไปดูต้นทุนกลุ่มโรคดีอาร์จี มากกว่า 2ใน รพ.สังกัดต่างๆ ซึ่งล้วนเกิน 12,000 บาททั้งสิ้น และในหมวดอื่นๆบางรายก็ไม่มีการปรับอัตราจ่ายมา 4-5 ปี อย่างเช่น 26 โรคเรื้อรัง แต่กลับบอกว่าอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์  (Medical Inflation) มีทุกปี ซึ่งประกันสังคมก็ยอมรับความเป็นจริงในเรื่องนี้  และมีการนำเสนอทางเลือกว่าจะปรับค่าหัวโรคค่าใช่จ่ายสูงที่มีดีอาร์จีมากกว่า 2 เดิมที่ 746 บาท แล้วจะปรับขึ้น 800 บาท, 900 บาท เป็นต้น ซึ่งฝ่ายต่างๆเข้าใจแล้วว่าจ่ายอัตรา 7,200 บาท เป็นไปไม่ได้ อัตรา 12,000 บาทยังแทบเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งจะเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องไปดูวงเงินของประกันสังคมด้วย แต่ส่วนนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของคู่สัญญา จะขึ้นกับผู้บริหารกองทุนประกันสังคมกับกระทรวงมากกว่า

“ทั้งนี้ จะมีการนัดประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ โดยจะลงลึกในอัตราค่าบริการแต่ละหมวด เช่น 26 โรคเรื้อรังที่จะต้องปรับเพราะคนเป็นกันมากขึ้น  ซึ่งประกันสังคมจะต้องไปหาวิธี แต่จะเน้นไปที่ค่าโรคดีอาร์จีมากกว่า 2 และประชุมครั้งที่ 3 จะเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปผลว่าจะมีการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่รพ.เอกชนจะมีการเซ็นสัญญาเป็นคู่สัญญาประกันสังคมรอบใหม่ในปี 2568  แน่นอน” นพ.เฉลิม กล่าว

Advertisement