สปสช.สานปณิธาน ‘สมเด็จย่า’ รณรงค์วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทย

21.10.24 | 15:01 น.

สปสช.สานปณิธาน ‘สมเด็จย่า’ รณรงค์วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทย

วันนี้ (21 ตุลาคม 2567) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ของคนไทย ทรงสนพระทัยเรื่องทันตกรรมเป็นพิเศษ โดยการออก “หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีทันตแพทย์ไปปฏิบัติงานร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อบำบัดความทุกข์ทรมานด้วยโรคในช่องปากของประชาชนในทุรกันดาร ซึ่งได้เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2512 เป็นต้นมา ต่อมาทางมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ได้ริเริ่มจัดโครงการรณรงค์ทันตสาธารณสุข ในวันที่ 21 ตุลาคม 2529 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพและได้จัดกิจกรรมรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้วันที่ 21 ตุลาคม เป็น “วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ” ของประเทศไทย

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สปสช.ขอร่วมสืบสานปณิธาน เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากให้กับประชาชนไทยภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท โดยจัดสิทธิประโยชน์บริการที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพช่องปาก ดังนี้

บริการทันตกรรมสร้างเสริมป้องกันเพื่อคนไทยทุกสิทธิการรักษา เริ่มจากบริการตรวจสุขภาพช่องปาก ขัด และทำความสะอาดฟัน (ทุกกลุ่มวัย) และบริการตามดุลพินิจของทันตแพทย์ผู้ให้บริการ ได้แก่ การทา         ฟลูออไรด์วาร์นิช การเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงเฉพาะที่ และเคลือบหลุมร่องฟันในฟันกรามถาวรและฟันกรามน้อย นอกจากนี้ ยังมีบริการสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยง คือ บริการคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปากโดยการตัดเนื้อเยื่อบริเวณรอยโรค (Biopsy) และตรวจทางพยาธิวิทยา

Advertisement

บริการทันตกรรมรักษา สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง ได้แก่ บริการถอนฟัน, อุดฟัน อุดคอฟัน, ขูดหินปูน, รักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม (รากฟันน้ำนม), ใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่, ผ่าฟันคุด (ตามข้อบ่งชี้ของทันตแพทย์), รักษาโรคปริทันต์อักเสบ, รักษารากฟันแท้ และการรักษาอื่นๆ ทางทันตกรรมที่จำเป็นต่อผู้ป่วย

บริการทันตกรรมฟื้นฟู ได้แก่ ฟันปลอมฐานพลาสติก (ฟันเทียม) ทั้งแบบซี่ถอดได้และแบบทั้งปากถอดได้ ใส่รากฟันเทียมทุกกลุ่มอายุที่มีปัญหาการใส่ฟันเทียมทั้งปากแล้วฟันเทียมหลวมไม่แน่น ไม่กระชับหรือไม่สามารถใส่ฟันเทียมได้ที่ทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า จำเป็นต้องได้รับการใส่รากฟันเทียม และจัดฟันในผู้มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่หรือปากแหว่ง หรือเพดานโหว่ ตามดุลยพินิจของทันตแพทย์

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อไปว่า นอกจากการให้บริการที่หน่วยบริการทันตกรรมแล้ว ที่ผ่านมา สปสช. ยังได้ร่วมกับชมรมรถทันตกรรมเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย ในการจัดบริการทันตกรรมเชิงรุกโดยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ในการออกให้บริการยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง อาทิ กลุ่มผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมส่งเสริมป้องกันเชิงรุกให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียน กลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนต่างๆ ด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่นี้ด้วย

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการรับบริการ ผู้ที่มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิหรือหน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกแห่งเพียงแสดงบัตรประชาชนทุกครั้งเมื่อเข้ารับบริการ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ารับบริการที่ คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น ภายใต้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพียงสังเกตสติกเกอร์ตราสัญลักษณ์ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งจะได้รับบริการ 5 รายการ ที่คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น ปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ บริการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน เคลือบหลุมร่องฟัน และเคลือบฟลูออไรด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อครบ 3 ครั้งแล้ว หากยังจำเป็นต้องรักษาต่อก็สามารถใช้สิทธิได้ที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิได้

สามารถดูรายชื่อคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมได้ที่ https://www.nhso.go.th/page/dental-clinic