สธ.ปั้น ‘ครูฝึกอบรม อสม.’ หวังสื่อสารองค์ความรู้ประชาชนห่างไกลโรคเรื้อรัง

21.10.24 | 15:30 น.

สธ.ปั้น ‘ครูฝึกอบรม อสม.’ หวังสื่อสารองค์ความรู้ประชาชนห่างไกลโรคเรื้อรัง

วันนี้ (21 ตุลาคม 2567) นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กว่า 4 แสนคน และต้องใช้งบประมาณไปกับค่ายา เวชภัณฑ์ สูงถึง 139,000 ล้านบาท อีกทั้ง มีค่าใช้จ่ายทางอ้อมอื่นๆ อีกกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่ง สธ.ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบของปัญหาโรค NCDs ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนและงบของประเทศ จึงมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด สธ. ร่วมดำเนินการป้องกันการเจ็บป่วยของประชาชนจากโรค NCDs ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 สบส.ได้มีนโยบายในการสนับสนุนการต่อสู้กับโรค NCDs โดยการนำพลังของเครือข่ายภาคประชาชนอย่างอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลโรค NCDs

“แต่การพัฒนาศักยภาพ อสม.ให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของโรค NCDs และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีมาตรฐานนั้น ครูฝึกอบรม อสม. (ครู ก) ซึ่งจะเป็นบุคลากรต้นแบบให้กับ อสม. ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขาดไปมิได้    สบส. จึงร่วมกับกรมควบคุมโรค นำโดย กองโรคไม่ติดต่อ และภาคีเครือข่ายสมาคมระดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับ NCDs พัฒนาหลักสูตรครูฝึกอบรม อสม.NCDs ขึ้น โดยดำเนินการยกร่าง หลักสูตรฯ สังเคราะห์ พิจารณาเนื้อหาในแต่ละรายวิชา รวมถึงสื่อการสอน ที่เข้าใจง่าย และเป็นมาตรฐาน เพื่อนำไปใช้ให้ความรู้ กับ อสม. ซึ่งคาดว่าหลักสูตรต้นแบบสำหรับครูฝึก อสม. จะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาสแรก ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568” นพ.ภานุวัฒน์ กล่าว

ด้าน นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ รองอธิบดี สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้น เนื้อหาตามหลักสูตรครูฝึกอบรม อสม. ในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลโรค NCDs มีการกำหนดวิชาที่ฝึกอบรมไว้ จำนวน 6 วิชา ประกอบด้วย 1.ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 2.การทำหน้าที่ครูฝึก ในการสนับสนุนบทบาท อสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 3.โภชนาการและหลักการจัดอาหารจานสุขภาพ 4.แนวทางการจัดกิจกรรมทางกาย 5.เทคนิคการสนทนาสร้างแรงจูงใจ เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และ 6.ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการ ซึ่ง อสม.ที่ได้รับการอบรมจากครูฝึก จะสามารถนำความรู้ และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการคัดกรองสุขภาพ ให้ข้อแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การนับคาร์บ (Carb) หรือ การนับคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate counting) การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมในแต่ละมื้อ การออกกำลังกาย และการสร้างอาสาสมัครประจําครอบครัว (อสค.) การเยี่ยมบ้านติดตามร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตลอดจนการร่วมกิจกรรมรณรงค์สุขภาพในชุมชน เพื่อความยั่งยืนเกิดการพึ่งตนเองได้ของประชาชนและชุมชนต่อไป

Advertisement