ชาวกรุงไม่เฉย! รุดฟังแผนแม่บท ‘เมืองเดินเท้า-จักรยาน’ คาใจถนนลาดหญ้า 10 ปียังทำไม่ได้ ฝากโจทย์เข้มกฎหมาย ‘อย่าให้เป็นแค่ความหวัง’
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทยศึกษา จัด การประชุมนำเสนอผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการจัดทำ แผนแม่บทกรุงเทพฯ “เมืองเดินเท้าและจักรยานสัญจร” เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและยั่งยืน พ.ศ.2567-2575
โดยตั้งเป้าดำเนินโครงการออกแบบ และทดลองปรับกายภาพ เชื่อมต่อเส้นทางสัญจรรอบสถานีรถไฟฟ้า 4 ย่าน ได้แก่ 1.ย่านสุขุมวิท-พร้อมพงษ์ 2. ย่านสถานีสามยอด 3. ย่านลาดพร้าว 71 4. ย่านสถานีท่าพระ ด้วยการออกแบบเส้นทางเดิน จักรยาน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น ป้ายจราจร สัญลักษณ์บอกทาง จากบ้าน ชุมชน ที่พักอาศัยมายังสถานีรถไฟฟ้า ท่าเรือ และจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางให้สะดวก และปลอดภัย
เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ช่วงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมประชุม ในช่วงแรกเป็นการเปิดให้สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความพึงพอใจ และข้อเสนอต่อโครงการผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต่อมาประชาชนผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายชุมชนได้ยกมือ เพื่อพูดคุยแสดงความคิดเห็นผ่านเครื่องขยายเสียง บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเป็นไปอย่างเข้มข้น
นายเสริฐศักดิ์ จินดาทิพย์ ชาวบ้านชุมชนวัดนาคกลาง เขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า ตนในฐานะคนที่ชอบปั่นจักรยานอยู่แล้ว คิดว่าสิ่งนี้คือการเริ่มต้นที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
“ถ้าเราสามารถทำให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครรับรู้ และเห็นความสำคัญของการปั่นจักรยานในเมืองได้ อย่างน้อยมันก็จะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมัน และอีกหลายอย่าง ซึ่งมันจะทำให้เมืองมีโยบายสีเขียวมากขึ้น

โดยเฉพาะ ‘ย่านท่าพระ’ ที่ไม่ธรรมดา เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวยุโรป เขาชอบมาปั่นจักรยานท่องเที่ยวในย่านของเรา ถือว่าประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนในประเทศของเราตระหนัก และรับรู้ถึงประโยชน์ของการปั่นจักรยานเพิ่มขึ้นได้อีกก็เป็นสิ่งสำคัญ” นายเสริฐศักดิ์กล่าว
ด้าน นางชนิสรา ละอองดี ชาวบ้านเขตภาษีเจริญ กล่าวว่า บางครั้งตนก็อยากเดิน แต่บางครั้งก็ไม่สามารถเดิน หรือ ปั่นจักรยานอย่างที่ใจต้องการได้ เพราะมีความรู้สึกกลัว หรือไม่ปลอดภัย คิดว่าหากจะเดินทางด้วยจักรยานจะปลอดภัยหรือไม่
“เราอยู่ในชุมชนที่อยู่ใกล้โรงเรียน บางทีเราก็ไม่กล้าให้ลูกหลานของเราออกไปปั่นจักรยาน เพราะมันไม่ได้มีสัญลักษณ์อะไรที่บอกว่า ให้ใช้ร่วมกันทั้งปั่นจักรยานและทางหลักได้ แต่จากแผนโครงการนำเสนอให้เห็นว่า จะมีการเขียนสัญลักษณ์ขึ้นมาว่า ให้ใช้ทางร่วมได้ สัญลักษณ์จูงมือเดิน หรือสัญลักษณ์จักรยาน

พอเห็นสัญลักษณ์แล้วเรามีความรู้สึกว่า มันมีความปลอดภัยมาขึ้น เพราะมันเหมือนกับเราเป็นผู้ใช้ถนนร่วมกับเขา แล้วมีเขามองเห็นเราสิทธิของเรา ที่จะสามารถใช้ทางร่วมกันได้ จึงอยากสนับสนับสนุนโครงการนี้มากๆ มันสามารถทำได้จริงเลย” นางชนิสราเผย
นางชนิสรากล่าวอีกว่า ตนอยากเห็นภาพเด็กได้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนกัน พอเมื่อถึงวันเด็กแล้วเราก็จะเห็นมีการแจกจักรยานกันมากมาย แต่ว่าห้ามปั่นไปโรงเรียน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วครูจะเดือดร้อน ซึ่งมันทางไม่สอดคล้องกัน ซึ่งตนอยากให้พัฒนาเรื่องเส้นทางนี้ให้มากขึ้น เพราะใช้งบประมาณไม่เยอะ และไม่เบียดเบียนใคร ก็อยากให้ทำมากขึ้นโดยเฉพาะย่านฝั่งธนบุรี ยังมีความจำเป็นอยู่มาก
ขณะที่ นายอัครชัย ดวงแก้ว อายุ 60 ปี ชาวเขตคลองสาน กล่าวว่า ก่อนอื่นตนต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่าน ที่ทำให้เกิดโครงการนี้ แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำ คือ นโยบายนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ขออย่างเดียวว่า ‘อย่าให้เป็นแค่ความหวัง’
“ทุกวันนี้ผมเห็นถนนลาดหญ้ามาเป็น 10 กว่าปีแล้ว ไม่เคยได้ปรับปรุง หรือที่ปรับแล้วทุกวันนี้ก็ยังใช้งานไม่ได้ ซึ่งมีคนร้องเรียนเยอะมาก ผมก็ไปสำนักงานเขตคลองสาน มาแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องว่า ทำไมทุกวันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้
สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ คือ ถ้าแก้เรื่องถนนลาดหญ้าไม่ได้ โครงการอื่นท่านอย่าไปหวังเลย มันไม่มีประโยชน์ ลาดหญ้าแค่ถนนเส้นสั้นๆ ท่านยังทำไม่ได้เลย 10 กว่าปีแล้ว กลายเป็นที่จอดรถ หรืออะไรก็ไม่รู้ ขออภัยถ้าสิ่งที่ผมพูดอาจจะไม่ถูกใจท่านอยู่นิดหนึ่ง แต่ผมพูดจากใจนักปั่นคนหนึ่งที่ใช้งานจริง” นายอัครชัยชี้
นายอัครชัยกล่าวอีกด้วยว่า ส่วนตัวปั่นจักรยานทุกวัน เห็นป้ายห้ามจอดริมถนนลาดหญ้า แต่มีรถจอดเต็มทั้ง 2 ฝั่ง แม้จะมีการทาสีใหม่แล้ว ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลับมีรถอยู่ตลอดแนว เมื่อไปสอบถามที่สำนักงานเขต ก็ตอบไม่ได้

“ริมถนนลาดหญ้า อู่ซ่อมรถเอารถมาจอดริมถนนกินเลนส์ไปเยอะ จนเราต้องออกมาปั่นบนพื้นถนน รถก็เฉี่ยวเราหลายครั้ง ปัญหาคือถึงแม้ว่า เราจะทาสีใหม่ หรือติดป้าย แต่การไม่บังคับใช้กฎหมาย หรือใช้ไม่เต็มร้อย ทั้งที่ก็มีป้ายบอก
ถ้าไปดูถนนติดกันกับถนนลาดหญ้า คือ ถนนเจริญรัถ มีป้ายห้ามจอดวันคู่ วันคี่ แต่มีรถจอดเต็ม 2 ฝั่งทั้งวัน จึงอยากถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันก็เบียดคนปั่นจักรยาน ซึ่งต้องปรับปรุงจิตสำนึกของคนใช้รถใช้ถนนร่วมด้วย” นายอัครชัยระบุ
นายอัครชัยกล่าวอีกว่า ตนอยากให้จริงจังกับการใช้คับใช้กฎหมาย และไม่ได้มาพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่ว่าจะมีการประชุมที่ไหน ตนก็ไปพูดปัญหาถนนลาดหญ้าตลอด แต่ก็เงียบ
“อยากฝากบอกถึงปัญหานี้ เพราะถนนลาดหญ้ามันเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่ถูกแก้สักที มันเหมือนมะเร็งไปแล้ว ถ้าวันนี้หรือพรุ่งนี้ไปก็จะเห็นกับตาเลย โดยเฉพาะลาดหญ้า 12 กับ ลาดหญ้า 14 มีรถมาจอดเต็มถนนเลย” นายอัครชัยกล่าวทิ้งท้าย


