อุตุฯแจง ฝนกรุงเมื่อวานไม่ใช่ เรนบอมบ์ แจงปรากฏการณ์ เกิดเพราะอะไร ชี้อาจเกิดซ้ำ 26-27 ต.ค.

23.10.24 | 12:06 น.

อุตุฯแจงฝนกรุงเมื่อวานไม่ใช่เรนบอมบ์ แจงปรากฏการณ์เกิดเพราะอะไร ชี้อาจเกิดซ้ำ 26-27 ต.ค.

กรณีที่เกิดฝนตกอย่างหนักบริเวณกรุงเทพมหานครชั้นใน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยหลายคนเข้าใจกันว่าเป็นปรากฏการณ์ เรนบอมบ์ นั้น

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ว่า ปรากฏการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 22 ตุลาคมนั้น เป็นเพราะมีการยกตัวของเมฆจากมวลอากาศเย็นที่แผ่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ปะทะกับลมตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ ตรงบริเวณกรุงเทพฯชั้นในพอดี ในช่วงจังหวะ 15.00-17.00 น. ทำให้เกิดฝนตกหนักมากในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นกลุ่มเมฆดังกล่าวก็เคลื่อนตัวออกมา และตกหนักอีกครั้งในช่วงค่ำ

“ส่วนจะเรียกว่าเรนบอมบ์ตามที่พูดกันรึเปล่านั้น ผมว่าไม่น่าจะใช่ ในทางอุตุนิยมวิทยา มันไม่มีคำว่าเรนบอมบ์ แต่ที่เกิดขึ้น มันเป็นแค่การยกตัวของอากาศที่กะทันหันและรุนแรง และปะทะกับลมเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เรนบอมบ์” นายสมควรกล่าว

เมื่อถามว่าภาวะแบบนี้ สามารถรู้หรือพยากรณ์ล่วงหน้าได้หรือไม่ นายสมควรกล่าวว่า ต้องติดตามระยะสั้นๆ แต่มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมนั้นเกิดขึ้นวันแรกที่ลงมาถึงกรุงเทพฯ และเหมือนบังเอิญว่า พื้นที่ที่เกิดปะทะกันนั้นอยู่แถวแม่น้ำเจ้าพระยาของเขตกรุงเทพฯชั้นในพอดี ทำให้ฝนบริเวณนั้นตกแรงมากเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง

Advertisement

เมื่อถามอีกว่า เหตุการณ์เช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกล่าวว่า ช่วงประมาณวันที่ 26-27 ตุลาคม มีโอกาสจะเกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่ว ไม่ได้มาแบบกะทันหันเหมือนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม วันนั้น จะมีฝนเช่นเดียวกัน

เมื่อถามอีกว่า ทำไมช่วงนี้ พื้นที่กรุงเทพฯจึงดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนทั้งวัน นายสมควรกล่าวว่า เป็นเพราะร่องมรสุมยังพาดผ่านพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอยู่ และพื้นที่กรุงเทพฯก็อยู่ใต้ร่องมรสุมนั้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 23-25 กรุงเทพฯและปริมณฑล ฟ้าก็เริ่มเปิดแล้ว และมวลอากาศเย็นก็เริ่มแผ่เข้ามามากขึ้น แต่ฝนจะเริ่มตกอีกในวันที่ 26-27 ตุลาคม จากลมมรสุม แล้วอาจจะประกอบกับขอบๆ ของพายุ จามี ที่มีทิศทางเข้าประเทศเวียดนามอีกด้วย

“แต่ก็ยังเป็นแค่การคาดการณ์ เพราะเวลานี้พายุลูกนี้อยู่ในทะเลจีนใต้เท่านั้น แนวโน้มคือ มีทิศทางเข้าประเทศเวียดนาม ไม่เข้าประเทศไทยแน่นอน ถ้าเข้าเวียดนามจริงๆ เราก็อาจจะได้รับผลกระทบแค่ขอบๆ และเป็นเรื่องของลมแรง ไม่ใช่ฝนตกหนัก” ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกล่าว