ดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมไทย อยู่อันดับ 90 จาก 198 ประเทศ เหตุ ทำรายงานภาษาไทย ฝรั่งอ่านไม่ออก
วันที่ 23 ตุลาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ทส.ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ซึ่งเห็นชอบดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย (EPI Thailand) และการจัดทำตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงาน 24 หน่วยงาน ในประเด็นดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมาย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารจัดการดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการบูรณาการข้อมูลเพื่อสร้างเครือข่ายการบริหารดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ที่โรงแรมอมารี กรุงเทพ

นายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า ดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย ประกอบด้วย คุณภาพอากาศ สุขาภิบาลและน้ำดื่ม โลหะหนัก การจัดการของเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัย บริการของระบบนิเวศ ประมง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปลดปล่อยมลพิษ เกษตรกรรม ทรัพยากรน้ำ โดยนำข้อมูลจากหน่วยงานในประเทศไทยต่างๆ มาจัดทำเป็นดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยข้อมูลล่าสุดนั้น ดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อม ยังอยู่ในมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้
โดยนายประเสริฐ ศิรินภาพร เลขาธิการ สผ. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสร้างเครือข่ายการบริหารดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ในการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นเอกภาพ มุ่งสู่การยกระดับค่าคะแนนให้สามารถแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสะท้อนผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศที่ดีขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน ทาง สผ. และผู้แทนจาก 24 หน่วยงาน ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ
นายประเสริฐกล่าวว่า ปีล่าสุดนั้น ประเทศไทยถูกจัดลำดับคะแนน อยู่ที่ลำดับที่ 90 ของโลก จากประเทศที่ส่งรายงานดัชนีสมรรถภาพด้านสิ่งแวดล้อม 198 ประเทศ และอยู่ในลำดับที่ 3 ของอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศบรูไน ความจริงแล้วตนเห็นว่าอันดับของประเทศไทยควรจะดีกว่านี้ แต่ก่อนหน้านี้ติดปัญหาบางประการ เช่น เรื่องการสื่อสาร ที่การทำรายงานไม่ได้ทำเป็นภาษาอังกฤษ ทางมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเป็นผู้ประเมิน จึงไม่ได้เอาข้อมูลของประเทศไทยไปประเมิน รวมทั้งความต่อเนื่องของเรื่องข้อมูล เพราะบางหน่วยงาน เช่น น้ำ ไม่ได้ทำทุกปี อย่างไรก็ตาม การลงนามความร่วมมือ ทั้ง 24 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เชื่อว่าในปีต่อไป อันดับดัชนีสมรรถภาพด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นแน่นอน

