ชัชชาติ แจงน้ำท่วมสุขุมวิท ฝนตกหนักเร็วแรง 60 มม. ใน 15 นาที แต่น้ำลดลงได้เร็ว
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขังในเขตคลองเตย วัฒนา และสวนหลวง ช่วงเย็นวานนี้ (24 ต.ค.67) ว่า เกิดจากฝนตกเร็วและแรง ในปริมาณ 60 มม. ภายใน 15 นาที จากปกติ 1 ชม. ทำให้ท่อระบายน้ำรองรับไม่ทัน แต่น้ำลดลงได้เร็ว
“เป็นเงื่อนไขของทางกายภาพของท่อระบายน้ำ ถ้าฝนตกหนักและเร็ว อาจจะใช้เวลาในการให้น้ำระบาย แต่ไม่ได้อยู่ค้างนาน” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. กล่าวเสริมว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักเมื่อช่วงเย็นวานนี้ สำนักการระบายน้ำรายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในเขตคลองเตย วัฒนา และสวนหลวง โดยจากการติดตามสถานการณ์จุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมในพื้นที่เขตคลองเตย บริเวณแยก ณ ระนอง แยกเกษมราษฎร์-ซอยแสนสุข ซอยสุขุมวิท 22 ซอยสุขุมวิท 26 มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10-20 ซม. ซึ่งทั้งหมดแห้งเป็นปกติภายในเวลา 1 ชม.
เช่นเดียวกับพื้นที่เขตวัฒนะ ซอยปรีดีพนมยงค์ 20 ซอยชิโนไทย ซอยสุขุมวิท 23 น้ำท่วมสูงประมาณ 10-15 ซม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงแห้งเป็นปกติ ยกเว้นที่ซอยสุขุมวิท 39 ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง น้ำท่วมสูงประมาณ 10-20 ซม. ส่วนเขตสวนหลวง บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนพัฒนาการ ซึ่งท่วมขังเป็นประจำ เมื่อวานนี้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 15-20 ซม. ใช้เวลาระบาย 1 ชั่วโมง 25 นาที จึงแห้งเป็นปกติ
นายเอกวรัญญูกล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนซึ่งยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกหลายรอบ ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ กทม.ก็ไม่ประมาท ยังติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายคือ ป้องกันการเกิดน้ำท่วมให้ได้มากที่สุด และหากมีฝนตกหนักมากจนเกิดน้ำท่วมขังจะต้องเร่งระบายให้กลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด ซึ่งหน้าฝนปีนี้ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่ว่าจุดที่เคยมีน้ำท่วมขังน้ำลดแห้งไวเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ยังต้องปรับปรุง ซึ่ง กทม.น้อมรับคำติชมเพื่อพัฒนาเรื่องการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
“ในช่วง 27-29 ต.ค.นี้ กทม.เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนที่อาจจะตกหนักต่อเนื่องในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หากประชาชนพบเหตุน้ำท่วมขัง หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ช่องทาง Traffy Fondue หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร 0-2248-5115 (สำหรับถนนสายหลัก) หรือสายด่วน 1555 ตลอด 24 ชม.” นายเอกวรัญญูกล่าว



