‘สมศักดิ์’ เผยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทำสูญเงิน 1.6 ล้านล้านต่อปี หวังปั้น อสม.ช่วยลดป่วย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดงานเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อต่อสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมเปิดตัวแบบฟอร์มและสอนด้วยตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เกี่ยวกับการลดโรค NCDs ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหา นคร

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายนำศักยภาพของเครือข่ายสาธารณสุขทุกภาคส่วน รวมถึง อสม. ในการส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable disease : NCDs) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม โดยจากงานวิจัยของ สธ.ร่วมกับองค์การอนามัยโลก ในปี 2562 ระบุว่า คนไทยเสียชีวิตด้วย NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย และสูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ โดยเป็นค่ารักษาพยาบาลทางตรง 1.39 แสนล้านบาท และความสูญเสียทางอ้อมอีก 1.5 ล้านล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเอ็นซีดี ปี 2560 สูงกว่า 62,138 ล้านบาท คิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของงบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปี 2560

“อย่างเบาหวาน เพิ่มปีละ 300,000 คน อันนี้ต้องหยุดให้ได้ ความดัน 14,000,000 คน ไต กว่า 1 ล้านคน มะเร็ง 4.4 แสนคน เป็นผู็ป่วยรายใหม่ 1.4 แสนคนต่อวัน ตายปีละ 83,000 คน ซึ่งมะเร็งรวมถึงปัญหาที่เกิดจากบุหรี่ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ การที่ อสม.มาช่วยตรงนี้ ไม่ใช่ว่าจะลดคนตายได้ทันทีแต่จะลดผู้ป่วยรายใหม่ได้เนื่องจากรายเดิมก็มีพฤติกรรมมาก่อนแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า สิ่งสำคัญภารกิจของ อสม.คือ การให้ความรู้ประชาชน หรือครัวเรือนที่เราดูแลอยู่ โดยจะมีการยกระดับความรู้ลดโรค NCDs เพื่อนำไปสื่อสานต่อ

“ดังนั้น จะเห็นว่าบุคลากรสำคัญที่จะลดคนป่วยหรือทำให้คนไม่ป่วยไม่น่าเชื่อว่าพระเอก นางเอก จะเป็น อสม. แต่หมอ พยาบาล ก็ยังเป็นหลักอยู่ เพียงว่างานนี้ หากเราจะสร้างหนัง พระเอก นางเอก คือ อสม. ปัจจุบันมีกว่า 1 ล้านคน ซึ่งโดยเฉลี่ย อสม. 1 คน ดูแลประชากรราว 50 คน ดังนั้น อสม. 1,080,000 คน คูณด้วย 50 ก็ประมาณ 50 กว่าล้านคน ถ้า 50 กว่าล้านคน เข้าใจเรื่องนี้ จะลดโรค NCDs ได้ เมื่อ อสม. 1 ล้านกว่าคน เข้าใจก็จะนำไปสู่ความรู้ให้กับประชากรกว่า 50 ล้านคน ดังนั้น หากคิดเป็นค่าทำประชาสัมพันธ์คน 100 บาท กับ 50 ล้านคน ก็เท่ากับค่าทำประชาสัมพันธ์ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินนี้หากทำให้คนไม่ป่วยถือว่าคุ้มค่ามหาศาล เรื่องนี้สำคัญ อย่างปัจจุบันสถิติหมอ 1 คน ดูแลประชากร 950 คน เยอะเกินไปแล้วจากสถิติที่ควรอยู่ที่ 1 ต่อ 650 คน ดังนั้นเราต้องหยุดคนป่วยให้ได้ด้วยการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและเงินที่ลดได้จากการลดผู้ป่วย ก็ควรนำกลับมาให้ อสม. ซึ่งขณะนี้กำลังผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อสม. ยังไม่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะติดอยู่ที่กรมบัญชีกลาง” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ.อสม. ขณะนี้ติดอยู่ที่กรมบัญชีกลาง เนื่องจากมีประเด็นเพิ่มเรื่องที่มาของแหล่งเงินทุน ที่จะตอบแทนลงไปที่ อสม. เพราะเมื่อไม่ป่วย ก็ไม่ต้องรักษา ไม่ต้องใช้เงิน เงินที่เหลือก็สามารถเอาไปให้กับ อสม. เบื้องต้น คือ จะนำไปใส่ไว้ในกองทุนที่เขียนไว้ในกฎหมายแต่จะบริหารอย่างไร ขึ้นกับในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในร่าง พ.ร.บ. ต้องมีกรรมการในการบริหารกองทุน เนื่องจากกรมบัญชีกลางต้องการ ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว และต้องมีกลไกการดำเนินงานให้ชัดเจน รวมถึงต้องมีการชี้แจงความกังวล เพราะบางหน่วยกังวล ว่า อสม. จะทำงานที่อาจจะซ้อนกับภาครัฐอื่นรือไม่ จากปัจจัยเหล่านี้ จึงใช้เวลาไปเกือบ 6 เดือน เนื่องจากเรื่องนี้ยังต้องผ่านกระทรวงอื่นให้ความเห็นชอบด้วย

“วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคเพื่อไทย ต้องเอ่ยขึ้น เพราะว่าตอนนี้ยังมีฉบับเดียวที่เสนอเข้าสู่สภาฯ เพื่อรอร่างของกระทรวง ขณะนี้ผมได้เข้าไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะประชุมเรื่องนี้ในช่วงสัปดาห์แรก หรือสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนหน้า จึงขอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้ตามให้ด้วย เพราะผู้ใหญ่ได้คุยกันในระดับหนึ่งแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

