ฤดูฝุ่นมาพร้อมหนาว! กทม. ห้ามรถบรรทุกเข้าวงแหวนรัชดาฯ ขีดเส้น 6 มาตรการ ฝ่าฝืนเจอแน่ทั้งจำทั้งปรับ

29.10.24 | 13:35 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย แถลงความร่วมมือในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ภายหลังประชุมมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2568

นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝุ่นที่มาพร้อมกับฤดูหนาว มาตรการปีนี้จึงจะเพิ่มเติมมากขึ้น ผ่านมาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Bangkok Low Emission Zone) จำกัดพื้นที่ไม่ให้รถที่ปล่อยมลพิษเข้ามาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ

“กทม.พยายามหาอำนาจทางกฎหมาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมมลพิษ ซึ่ง กทม.สามารถใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ให้อำนาจผู้ว่าฯกทม. กรณีเกิดเหตุหรือใกล้จะเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ ให้สามารถกำจัดต้นตอของสาธารณภัยได้” นายชัชชาติกล่าว

โดยจะทำเป็นประกาศกรณีที่อาจจะเกิดฝุ่นมลพิษสูงตามเงื่อนไข ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้พื้นที่บังคับใช้ จำนวน 9 เขต ประกอบด้วย เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตคลองสาน เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตบางรัก และแนวถนนต่างๆ ผ่าน 13 เขต 31 แขวง ได้แก่ เขตบางซื่อ (วงศ์สว่าง) เขตจตุจักร (จตุจักร/ ลาดยาว/ จันทรเกษม/ จอมพล) เขตห้วยขวาง (ห้วยขวาง/ สามเสนนอก/ บางกะปิ) เขตดินแดง (ดินแดง/ รัชดาภิเษก) เขตราชเทวี (มักกะสัน) เขตวัฒนา (คลองเตยเหนือ) เขตคลองเตย (คลองเตย) เขตยานนาวา (ช่องนนทรี/ บางโพงพาง) เขตบางคอแหลม (บางคอแหลม/ บางโคล่) เขตธนบุรี (ดาวคะนอง/ สำเหร่/ บุคคโล/ ตลาดพลู) เขตบางกอกใหญ่ (วัดท่าพระ) เขตบางกอกน้อย (บางขุนนนท์/ อรุณอมรินทร์/ บางขุนศรี/ บ้านช่างหล่อ/ ศิริราช) เขตบางพลัด (บางพลัด/ บางบำหรุ/ บางอ้อ/ บางยี่ขัน)

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวว่า โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ประกอบกับการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น อัตราการระบายอากาศ และทิศทางลมมาจากตะวันออก ล่วงหน้า 2 วัน จะออกประกาศดังกล่าว โดยจะประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และกำหนดระยะเวลาห้าม 3 วัน มีผลใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศ

นอกจากนี้ยังจะมี Green List หรือบัญชีสีเขียว รถคันใดที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเปลี่ยนและไส้กรองอากาศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป ให้รถเหล่านี้มาลงทะเบียนเป็นรถบัญชีสีเขียว เพื่อขอยกเว้นมาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนหน้านี้มีแนวคิดห้ามรถบรรทุกทุกคันไม่ให้วิ่งในกรณีที่มีฝุ่นสูง แต่หากเป็นแบบนั้น จะทำให้รถบรรทุกที่มีการปรับปรุง เตรียมการ หรือรถที่มีคุณภาพสูงจะถูกห้ามวิ่งไปด้วย ซึ่งไม่มีแรงจูงใจให้กับคนทำดี

นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อถึงเดือน ม.ค.ที่เป็นเดือนฝุ่นหนัก จะมีกล้อง CCTV จำนวน 257 ตัว บันทึกทะเบียนของรถบรรทุกที่ฝ่าฝืน และจะมีการแจ้งความ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งจำและปรัล พร้อมกับมีมาตรการตั้งด่านบูรณาการ 14 จุด ร่วมมือกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจตามไซต์ก่อสร้าง สถานประกอบการ รวมถึงอู่รถเมล์ด้วย

“เชื่อว่ามาตรการนี้จะเป็นมาตรการในเชิงบวกที่ทำให้เรามีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น ไม่ได้เป็นการปูพรม คนที่ทำดีปล่อยมลพิษน้อยยังสามารถประกอบการในช่วงสภาวะวิกฤตได้ หากห้ามทุกคัน คนที่ทำดีก็จะโดนลงโทษไปด้วย” นายชัชชาติกล่าว

นอกจากนี้ยังมีกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประกอบด้วย

1.โครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ปี 2568 ซึ่งต่อยอดดำเนินโครงการเป็นปีที่ 2 ในช่วงเดือน พ.ย.67-ม.ค.68 โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการลดมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ ซึ่งตั้งเป้าหมายรถเข้าร่วมโครงการไว้ 500,000 คัน ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 มีรถยนต์เข้าร่วมโครงการโดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง จำนวน 265,130 คัน ช่วยลด PM2.5 จากภาคการจราจร 13.26%

2.มาตรการ Work From Home เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ต่อเนื่อง 2 วัน โดยขอความร่วมมือภาคีเครือข่าย WFH ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานปฏิบัติงานในที่พัก เพื่อลดปริมาณการจราจรและผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อปีที่แล้วมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ลงทะเบียนร่วมเป็นเครือข่าย Work From Home กับ กทม.กว่า 151 หน่วยงาน บุคลากรรวมมากกว่า 60,000 คน สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายสามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ตามลิงก์ https://bit.ly/3Nn25nR?r=qr หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 0-2203-2951

3.การให้บริการยืมรถอัดฟาง เพื่อลดการเผาในภาคการเกษตร โดยปรับลดเงื่อนไขการยืมรถอัดฟางในส่วนของผู้ยืม และการยกเว้นค้ำประกัน

4.โครงการนักสืบฝุ่น โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อศึกษาแหล่งที่มาของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. และสนับสนุนการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5

5.การจัดทำห้องปลอดฝุ่นและธงคุณภาพอากาศในโรงเรียนสังกัด กทม. เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และป้องกันสุขภาพอนามัยของนักเรียนและบุคลากร

6.การเปิดให้บริการคลินิกมลพิษทางอากาศในโรงพยาบาลสังกัด กทม. 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ และโรงพยาบาลนคราภิบาล ซึ่งประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้

“ประชาชนอย่ากังวล เราห้ามรถของผู้ประกอบการเป็นหลัก ประชาชนควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองของตนเอง พยายามดูแลรถของตนเองทั้งรถดีเซลและรถเบนซิน ร่วมโครงการ Work From Home ส่วนผู้ประกอบการรถบรรทุกขนาดหกล้อขึ้นไปขึ้นไป รถโดยสารที่มีโอกาสปล่อยมลพิษ ขอให้นำรถไปดูแลบำรุงรักษา และนำรถเข้ามาในบัญชีสีเขียว” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายธีรพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากการที่ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นในมาตรการควบคุมฝุ่นในปี 2567 พบว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และในการดำเนินการในปี 2568 มีแผนเพิ่มความเข้มข้น ใน 3 พื้นที่หลัก ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ได้แก่ การจัดการเขตพื้นที่ป่า ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ป่า พุ่งเป้าลดความรุนแรงลง 25% ในส่วนเขตพื้นที่การเกษตร ควบคุมพื้นที่เผาไหม้จากการเผา พืชผลทางการเกษตร ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ตั้งเป้าลดลง 10-30% และเขตพื้นที่เมือง รวมถึงกรุงเทพฯ เพิ่มความเข้มข้น 100% ในการควบคุมภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์

ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงพลังงาน ได้ประสานกับผู้ประกอบการ ผู้ค้าน้ำมัน ในการให้ส่วนลดในการให้บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ เปลี่ยนไส้กรอง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ให้สูงสุดถึง 40% เพื่อแบ่งเบาภาระ และเชิญชวนให้ประชาชน มาดูแลเครื่องยนต์ให้สะอาด และร่วมมาตรการลดฝุ่น PM 2.5 ไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถนำรถบรรทุกเข้าร่วมบัญชีสีเขียว โดยนำรถบรรทุกเข้ากระบวนการบำรุงรักษา ประกอบด้วย การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การติดตั้งตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล (DPF) ในระหว่างวันที่ 1 พ.ย.67 เป็นต้นไป จากนั้นลงทะเบียนตามแบบฟอร์มบัญชีสีเขียวประกอบการขอยกเว้นมาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยแนบหลักฐานการเข้ากระบวนการบำรุงรักษา ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfiXz5vXwnIkKlpFxeSIVv9LfTgZugTdRIWZgQuJZOfOPHFNw/viewform

ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ฝ่าฝืนเข้าพื้นที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม โทร 0-2203-2951